อาสาสมัครไม่ใช่แค่การ ”ให้” แต่เป็นการได้ “รับ” ที่มากกว่าการได้ให้ 


Warning: include(niyam/input.php) [function.include]: failed to open stream: No such file or directory in /home/happy/domains/happyhospital.org/public_html/menu_left_new.php on line 60

Warning: include(niyam/input.php) [function.include]: failed to open stream: No such file or directory in /home/happy/domains/happyhospital.org/public_html/menu_left_new.php on line 60

Warning: include() [function.include]: Failed opening 'niyam/input.php' for inclusion (include_path='.:/usr/local/lib/php') in /home/happy/domains/happyhospital.org/public_html/menu_left_new.php on line 60

   ปวดเข่าเป็นๆหายๆ สัญญาณเตือน โรคข้อเข่าเสื่อม ปัญหาสุขภาพอันดับต้นๆของผู้สูงอายุ  
   เคล็ด(ไม่)ลับ สร้างสุขเด็กไทย  
   วินิจฉัย โรคออทิสติก ด้วยวิธีใหม่ เพื่อช่วยในการรักษาและป้องกันโรคนี้  

   การเตรียมตัวลงพื้นที่  
   ว่าด้วยเรื่องอาสาสมัครในโรงพยาบาล  
   คุณสมบัติอาสาสมัครในโรงพยาบาล 

   "4 วิธีให้ลูกเลิกติดแท็บเล็ต มือถือ"  
   "5 สิ่ง ที่คุณพ่อควรทำ" 
   ห่วง“ผู้สูงวัย”เกือบครึ่งใช้ยาผิด 


กินตามใจปาก...พาชีวิตเสี่ยงไม่รู้ตัว

 

กินตามใจปาก...พาชีวิตเสี่ยงไม่รู้ตัว

 

กินตามใจปาก...พาชีวิตเสี่ยงไม่รู้ตัว (รักลูก)

โดย: มรกต เอื้อวงศ์ เรียบเรียงจากการสัมภาษณ์ คุณกฤษฎี โพธิทัต นักกำหนดอาหาร และข้อมูลจากงานวิจัย 10 บัญญัติสร้างลูกสมองดี โดย นพ.จอม ชุมช่วย, ดร.ดรุณี ลอว์สัน, พญ.จารุวรรณ กิตติโศภิษฐ์

          ใคร ๆ ก็รู้ว่าการกินอาหารดี ปรุงสุก สะอาด ครบ 5 หมู่จะทำให้สุขภาพดี แต่เรื่องง่าย ๆ เช่นนี้ เรากลับใส่ใจกันน้อย จนพาชีวิตเข้าไปเสี่ยงกับโรคโดยไม่รู้ตัว!
 
6 โรคร้ายจากการกิน

          ปัจจุบันเราพบโรคร้ายมากมายที่คร่าชีวิตผู้คนไปเป็นจำนวนมาก ซึ่งโรคเหล่านี้ล้วนมีสาเหตุมาจากการกินทั้งสิ้น โดยองค์การอนามัยโลกได้ระบุสาเหตุของการเสียชีวิตของผู้คนทั่วโลกในปี พ.ศ. 2548 ซึ่งพบว่ามีถึง 35 ล้านคนที่เสียชีวิตจากโรคเรื้อรัง ซึ่งมีแนวโน้มสูงขึ้น

          โดยโรคเรื้อรังที่ว่านี้ ได้แก่ โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคมะเร็ง โรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจเรื้อรัง และโรคเบาหวาน โรคเหล่านี้ล้วนมีสาเหตุมาจากการกิน ซึ่งเราไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด
 
           1.โรคหัวใจและหลอดเลือด นับเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับ 1 ของคนในโลก จากสถิติพบว่าทุก ๆ 2 วินาทีจะมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคนี้ 1 คน โดยสาเหตุหลักมาจากโรคหลอดเลือดแดงเข็ง ส่งผลให้เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงโรคหลอดเลือดสมองอุดตัน และอัมพฤกษ์-อัมพาตอีกด้วย

          ปัจจัยหลักของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด มากจากการกินอาหารอย่างไม่ถูกหลักโภชนาการ เช่น การกินไขมันที่เป็นโทษต่อร่างกาย กินของมัน ของทอด ไม่กินผักและผลไม้ เป็นต้น
 
           2.โรคมะเร็ง ปัจจุบันมีการพบสารพิษปนเปื้อนและตกค้างในอาหารเป็นจำนวนมาก อาทิ สารตกค้างในผักผลไม้ ที่ปนเปื้อนไปด้วยยาฆ่าแมลง เนื้อสัตว์ที่เต็มไปด้วยสารเร่งเนื้อ เร่งโต ฯลฯ ล้วนก่อให้เกิดมะเร็งได้ทั้งสิ้น
 
           3.โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ซึ่งเกิดจากระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอตั้งแต่วัยเด็ก และสะสมมาเรื่อย ๆ จนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ และกลายเป็นโรคเรื้อรัง เนื่องจากไม่ได้กินนมแม่ รวมถึงไม่ได้กินอาหารที่ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน
 
           4. กระดูกเปราะ ฟันผุ การกินน้ำตาลมากเกินไป ทำให้เกิดโรคกระดูกเปราะและฟันผุ พบเด็กไทยอายุต่ำกว่า 3 ขวบ มีปัญหาฟันผุสูงขึ้น และยังทำให้ขาดสมาธิ อารมณ์หงุดหงิดฉุนเฉียวง่าย ติดเชื้อโรคได้ง่าย เพราะน้ำตาลเป็นอาหารของเชื้อโรคทุกชนิด
 
           5.โรคอ้วน แม้พันธุกรรมจะเป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งของโรคอ้วน แต่สาเหตุที่ใกล้ตัวอย่างการกินอาหารที่มากเกินไป กินอย่างไม่ถูกหลักโภชนาการ หรือไม่มีความรู้เรื่องโภชนาการอย่างเพียงพอ เช่น เข้าใจว่าดื่มนมเปรี้ยวแล้วไม่อ้วน
 
           6.โรคเบาหวาน จากการกินขนมหวาน ผลไม้ที่มีรสหวานจัด ดื่มน้ำหวาน น้ำอัดลม เหล้า เบียร์ ในปี 2551 พบว่าในประเทศไทยมีผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่ 388,551 ราย เสียชีวิต 7,725 ราย และผู้ป่วยเกือบ 50% ยังไม่รู้ตัวว่าตนเองเป็นเบาหวาน
 
          ดิฉันเชื่อว่า มีผู้ใหญ่จำนวนไม่น้อยที่มีอุปนิสัยการกินไม่ต่างจากเด็ก ๆ บางทีอาจเป็นตัวอย่างโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะเป็นการกินอาหารฟาสต์ฟู้ดส์ ขนมกรุบกรอบ ดื่มน้ำหวานและน้ำอัดลมต่าง ๆ ไม่กินผักและผลไม้ การกินอาหารที่ไม่ถูกหลักโภชนาการ บวกกับการใช้ชีวิตที่เร่งรีบ ขาดการออกกำลังกาย พักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่เกิดปัญหาสุขภาพและเป็นโรคร้ายต่าง ๆ ดังที่กล่าวมา

          เห็นไหมคะว่า เรื่องธรรมดา ๆ อย่างการกิน อาจไม่ใช่แค่เรื่องธรรมดาอย่างที่คิด เพราะมีผลกับชีวิตโดยตรงค่ะ

 


คิดก่อนกิน

          อาหารที่เรากินแบ่งเป็น 2 ประเภท ซึ่งเราควรรู้เพื่อใช้เป็นหลักในการปรุงอาหารค่ะ

           1. อาหารหลัก สมาคมนักกำหนดอาหาร แบ่งหมวดหมู่ของอาหารไว้ดังนี้

           ข้าว แป้ง รวมไปถึงเส้นก๋วยเตี๋ยว ผักที่มีปริมาณแป้งสูง เช่น เผือก มัน ฟักทอง ข้าวโพด ธัญพืชต่าง ๆ อย่างลูกเดือย ถั่วเขียว ถั่วแดง ซึ่งจะให้พลังงานและสารอาหารสูงมาก น้ำตาลก็จัดอยู่ในหมวดนี้ด้วยค่ะ
 
           เนื้อสัตว์ทุกชนิด รวมถึงปลา ไข่ เต้าหู้ ถั่วต่าง ๆ อาหารกลุ่มนี้จะให้โปรตีนในปริมาณสูง ช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโต โดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่ร่างกายมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็ก วัยเรียนหรือวัยรุ่นก็ตาม และยังช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและให้พลังงานสำหรับวัยผู้ใหญ่อีกด้วย
 
           ผัก ผลไม้ ซึ่งให้พลังงานต่างกัน แต่ทั้งผักและผลไม้ล้วนมีสารอาหารพวกวิตามินและเกลือแร่มากมาย และยังให้สารอาหารคล้าย ๆ กัน แต่ผลไม้จะให้น้ำตาลสูงกว่า น้ำผลไม้ก็จัดอยู่ในกลุ่มผลไม้เช่นเดียวกัน
 
           นม หลายคนอาจคิดว่านมมีโปรตีนสูง จึงสามารถดื่มเพื่อทดแทนการกินเนื้อสัตว์ได้ แต่ความจริงแล้วอยู่คนละกลุ่มกันค่ะ เพราะสารอาหารที่อยู่ในเนื้อสัตว์จะไม่ได้อยู่ในนม เช่น ธาตุเหล็ก ซึ่งพบมากในเนื้อสัตว์แต่ไม่มีในนม เป็นต้น แต่ในนมจะมีแคลเซียมสูง
 
           ขมัน รวมถึงน้ำมันทุกชนิด ทั้งจากสัตว์และพืชต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นถั่วเมล็ดแห้ง เช่น ถั่วลิสง เม็ดมะม่วง งา อะโวคาโด เป็นต้น
 
           2. อาหารว่าง จัดเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายของทั้งเด็กและผู้ใหญ่ค่ะ โดยเฉพาะวัยเด็กที่ต้องการพลังงานและสารอาหารที่ช่วยในการเจริญเติบโต อาหารว่างและขนมต่าง ๆ จึงมีบทบาทสำคัญ ที่จะช่วยเสริมให้เด็กได้รับสารอาหารที่มีคุณค่าที่จำเป็นต่อร่างกาย
 
          ในอาหารมื้อหลักแต่ละมื้อเด็กอาจกินได้ไม่มาก เพราะกระเพาะอาหารยังเล็ก เด็กจึงควรกินอาหารทุก 3 ชั่วโมง โดยอาหารว่างของเด็กไม่จำเป็นต้องเป็นขนมไปหมดทุกอย่างนะคะ คุณพ่อคุณแม่อาจให้เขาดื่มนม กินแซนวิชที่ทำจากขนมปังโฮลวีตและมีส่วนผสมของผัก หรือจัดเป็นผลไม้ให้ก็ได้ค่ะ
 
          ส่วนผู้ใหญ่วัยทำงาน ก็ต้องแล้วแต่วิถีปฏิบัติของแต่ละคนค่ะ หากคุณนั่งโต๊ะทำงานทั้งวัน อาหารว่างก็ไม่มีความจำเป็นมากนัก และยิ่งถ้าอาหารว่างของคุณเป็นพวกขนมกรุบกรอบ หรือมันฝรั่งทอด ก็ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก่อนที่จะสายเกินแก้นะคะ เพราะข้อมูลจากมูลนิธิโรคหัวใจ ประเทศอังกฤษพบว่า คนที่กินมันฝรั่งทอดหรือขนมขบเคี้ยวเป็นประจำทุกวัน วันละ 1 ถุง เท่ากับกินน้ำมันพืชเข้าไปปีละ 5 ลิตร ซึ่งไม่ส่งผลดีต่อสุขภาพแน่ ๆ ค่ะ
 
          ดังนั้น หากรู้สึกหิวก็ควรใช้หลักการเดียวกันกับการจัดอาหารว่างสำหรับเด็ก คือเลือกอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น ผลไม้ นม ถั่วต่าง ๆ เป็นต้น
 
          คุณแม่ท้องก็ควรกินอาหารว่างด้วยนะคะ ปกติคุณแม่ท้องส่วนใหญ่จะมีปัญหาเรื่องกรดไหลย้อน และอาการแน่นท้องจากการกินมื้อหลัก คุณแม่จึงควรแบ่งอาหารออกเป็นมื้อย่อย ๆ โดยกินทุก 3-4 ชั่วโมงจะดีกว่าค่ะ
 
อาหารกับชีวิต

          อวัยวะและระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายเรา จะทำงานได้อย่างปกติ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการได้รับอาหารที่ดี ไม่ว่าจะเป็นการเจริญเติบโตของร่างกาย การทำงานของสมอง รวมไปถึงเรื่อง sex ด้วยค่ะ
 
อาหารดี...เติบโตดี

          เด็กที่กินอาหารดี หมายถึง ได้รับอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนในปริมาณที่เพียงพอ ร่วมกับการออกกำลังกายเป็นประจำ จะทำให้เติบโตสมวัย ร่างกายจะสูงไม่แคระแกร็น ในทางกลับกันหากลูกกินอาหารไม่มีประโยชน์ ไม่ออกกำลังกาย ก็อาจจะเตี้ยและอ้วน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ส่วนหนึ่งก็ต้องขึ้นอยู่กับกรรมพันธุ์ด้วยค่ะ
 
          สำหรับผู้ใหญ่วัยทำงาน นอกจากอาหารจะช่วยให้พลังงานและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายแล้ว ยังส่งผลกับน้ำหนักและปัญหาสุขภาพอย่างเห็นได้ชัดค่ะ เนื่องจากอายุที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ระบบเผาผลาญในร่างกายเริ่มลดลง กิจกรรมที่ต้องเคลื่อนไหวก็น้อยลงกว่าสมัยเป็นเด็กหรือวัยรุ่น เพราะวัน ๆ นั่งแต่ที่โต๊ะทำงาน บางวันอาจมีสังสรรค์กับเพื่อน บวกกับการไม่ออกกำลังกาย ให้น้ำหนักตัวก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งถ้าไม่ดูแลตัวเอง โรคภัยไข้เจ็บก็จะตามมา
 
          หยุดกินตามใจปาก ถ้าไม่อยากจากคนที่รักไปก่อนวัยอันควรนะคะ

ที่มา www.kapook.com



อ่าน 1151 ส่งต่อให้เพื่อน Pintting


 ช่วยแก้ปัญหาเรื่องเล็บ ที่ไม่เล็ก
 ดูแลบ้านให้ปลอดโรค
 ขิง คุณแม่หลังคลอด ห้ามพลาด
 กระดูกทารกแข็งแรงได้ ตั้งแต่อยู่ในครรภ์
 วิธีแก้อาการนอนกรน สนั่นหวั่นไหวล่าสุด ช็อกไฟฟ้าคอหอย

 


มูลนิธิกระจกเงา เลขที่ 191 ซอยวิภาวดี 62 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่
กรุงเทพมหานคร 10210 [ดูแผนที่]
โทรศัพท์ 02-973-2236-7 ต่อ 1606 โทรสาร 02-973-2237 ต่อ 1090 E-mail: info@happyhospital.org
Copyright@2006 www.happyhospital.org