อาสาสมัครไม่ใช่แค่การ ”ให้” แต่เป็นการได้ “รับ” ที่มากกว่าการได้ให้ 


Warning: include(niyam/input.php) [function.include]: failed to open stream: No such file or directory in /home/happy/domains/happyhospital.org/public_html/menu_left_new.php on line 60

Warning: include(niyam/input.php) [function.include]: failed to open stream: No such file or directory in /home/happy/domains/happyhospital.org/public_html/menu_left_new.php on line 60

Warning: include() [function.include]: Failed opening 'niyam/input.php' for inclusion (include_path='.:/usr/local/lib/php') in /home/happy/domains/happyhospital.org/public_html/menu_left_new.php on line 60

   ปวดเข่าเป็นๆหายๆ สัญญาณเตือน โรคข้อเข่าเสื่อม ปัญหาสุขภาพอันดับต้นๆของผู้สูงอายุ  
   เคล็ด(ไม่)ลับ สร้างสุขเด็กไทย  
   วินิจฉัย โรคออทิสติก ด้วยวิธีใหม่ เพื่อช่วยในการรักษาและป้องกันโรคนี้  

   การเตรียมตัวลงพื้นที่  
   ว่าด้วยเรื่องอาสาสมัครในโรงพยาบาล  
   คุณสมบัติอาสาสมัครในโรงพยาบาล 

   "4 วิธีให้ลูกเลิกติดแท็บเล็ต มือถือ"  
   "5 สิ่ง ที่คุณพ่อควรทำ" 
   ห่วง“ผู้สูงวัย”เกือบครึ่งใช้ยาผิด 


ชวนคนชอบเครียดมาฟื้นความสดใสกันดีกว่า

 

ชวนคนชอบเครียดมาฟื้นความสดใสกันดีกว่า

 

ชวนคนชอบเครียดมา"ฟื้น"ความสดใสกันดีกว่า(SHE's smart)
โดย: นพ.วิธาน ฐานะวุฑฒ์

เราจะฟื้นคืนความสดใสให้กับชีวิตได้อย่างไร?

            ผมเคยได้เขียนถึงเรื่อง "การฟังกันอย่างลึกซึ้ง" และได้เล่าไว้ถึงเรื่องของ "ความสด" "ความใหม่" ที่เกิดขึ้น ถ้าเราสามารถเข้าสู่ "สภาวะการฟังที่แท้จริง" แบบนั้นได้ และ "เจ้าความสดใหม่" ที่ว่านี้แหละที่จะมีผลต่อ "ความสวยความงาม" ภายนอกของเราอย่างที่เราคาดไม่ถึง

            หลาย ๆ ท่านคงจะสนใจเป็นพิเศษในเรื่องของ "ความสดสวย" ที่ว่านี้ด้วยกระมัง ในกิจกรรมการเล่าชีวิตวัยเยาว์ตามที่ได้เขียนเล่าไปแล้วนั้น แม้ว่าพวกเราจะเน้นการเรียนรู้เรื่อง "การฟังกันด้วยใจอย่างลึกซึ้ง" เป็นหลักก็ตาม แต่สิ่งที่เราได้ร่วมมาเสมอจากกิจกรรมนี้ก็คือ "ความสดใสแห่งวัยเยาว์" สิ่งที่ผมพบเสมอ ๆ เวลาเดินสังเกตการสนทนาของผู้เข้าร่วมก็คือผมมองเห็น "ดวงตาที่เป็นประกายสดใส" มีความตื่นตัวเสมือนหนึ่งว่าพวกเขากำลังกลับไปสู่วัยเด็กกันจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่คนเล่าบางท่านก็ปาเข้าไปใกล้หกสิบแล้วก็มี

ตำนานความสดใสวัยเยาว์

            ผู้หญิงวัยห้าสิบกว่า ๆ ท่านหนึ่งเล่าถึงชีวิตวัยเยาว์ของเธอว่า ตอนเด็ก ๆ เธอต้องนั่งรถไฟบ่อย ๆ ก็จะชักชวนเพื่อน ๆ ไปท้ายขบวน แล้วปล่อยกระดาษสีต่าง ๆ ที่เป็นเส้นสายยาว ๆ เธอบอกว่าเวลาเห็นสายรุ้งของกระดาษที่ปลิวสะพัดไปตามลมที่ด้านท้ายของรถไฟ แล้วเธอรู้สึกมีความสุขมาก

            ผู้หญิงวัยสี่สิบกว่า ๆ ท่านหนึ่งเล่าถึงการไปกระโดดน้ำในคลองหลังบ้านในวัยเด็กด้วยความสนุกสนานและไม่กลัวอะไร

            ผู้หญิงวัยยี่สิบกว่า ๆ คนหนึ่งสะท้อนว่า รู้สึกดีจังที่มีคนมานั่งฟังเรื่องราวของตัวเองอย่างสนใจและใจจดใจจ่อแบบนั้น เพราะไม่เคยนึกมาก่อนว่าเรื่องราวของตัวเองจะมีความสำคัญให้คนมานั่งฟังได้แบบนี้

            แน่นอนว่าผู้เข้าร่วมหลาย ๆ ท่านที่ทำกิจกรรมนี้อาจนึกถึงเรื่องราวบางเรื่องที่สะกิดใจ เพราะหลาย ๆ ท่านก็อาจไม่ได้มีชีวิตในวัยเด็กที่มีความสุขมา นัก แต่ในกลุ่มนี้แม้จะต้องร้องไห้ด้วยสาเหตุใดก็ตามมักจะพบว่า ตัวเองนั้นโชคดีจังที่สามารถก้าวพ้นจากความทุกข์ตรงนั้นมายืน ณ จุดปัจจุบันของเธอและเขาเหล่านั้นได้ หลาย ๆ คนพบว่าตัวเองมี "แรงบันดาลใจ" เกิดพลังและความสดใส'เพิ่มมากขึ้น เพียงแค่ย้อนกลับไปนึกถึงชีวิตในวัยเยาว์ของตัวเอง
ทำไมชีวิตในวัยเยาว์เราถึงมีความสดใส มีความกล้าเผชิญ

ฟื้นพลังแห่งความสดใส ไม่ต้องรอ วันหยุด

            และความสดใสความกล้าในชีวิตของเรานั้นหดหายไปตั้งแต่ตอนไหนกัน และเราจะสามารถฟื้นคืนพลังแห่งความสดใสที่ว่านี้ให้กับชีวิตของเราในวัย ปัจจุบันนี้ได้หรือไม่อย่างไร?

            ผมเชื่อว่าเมื่อท่านผู้อ่านได้ยินคำถาม ที่ว่า "เราจะฟื้นคืนความสดใสให้กับชีวิตได้อย่างไร?" นี้ หลาย ๆ ท่านคงนึกไปถึง การไปเที่ยวชายทะเลที่มีชายหาดสีขาวท้องฟ้าสีครามและคลื่นทะเลที่สวยงาม หรือบางท่านก็อาจจะนึกไปถึงสวนดอกไม้สวยงาม ทะเลหมอกยามเช้ามืดในดินแดนแห่งขุนเขาทางภาคเหนือ หรืออื่น ๆ

            ผมขอถามจริง ๆ เถอะครับว่า หลังการกลับจากไปท่องเที่ยวแบบนั้น พวกเราส่วนมากรู้สึกอย่างไร?

            พวกเราสามารถฟื้นคืนความสดใสให้กับชีวิตได้จริง ๆ หรือว่ากลับมาแล้วก็ต้องมาเหน็ดเหนื่อย ต้องกลับมาทำงานทดแทน ทำงานที่คั่งค้างกันอยู่แบบเหนื่อยแสนสาหัสกว่าเก่า ยังไม่นับว่าคุณยังอาจจะต้องรู้สึกว่าฉันแสนจะเหน็ดเหนื่อยกับการเดินทางที่ ไกลแสนไกล เสียเงินเสียทองมากมาย แย่งกันกินแย่งกันเที่ยวแย่งกันเข้าห้องน้ำโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวันหยุด ยาว ๆ หรือช่วงเทศกาลทั้งหลายแหล่

            ทำไปทำมา ท้องทะเลสีครามหรือทะเลหมอกบนยอดดอย ที่สามารถทำให้พวกเราเกิด สดใสซาบซ่า ได้จริง ๆ เหล่านั้นอาจจะเป็นเพียงท้องทะเลหรือยอดดอยที่อยู่ในจินตนาการเท่านั้นหรื ไม่? เพราะเมื่อไปถึงจริง ๆ ความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง ความพลุกพล่านของผู้คนในสถานที่ท่องเที่ยวนั้น ไม่ได้เอื้ออำนวยให้คุณเกิดความสดใสขึ้นมาเลย

            มนุษย์ในโลกปัจจุบันคุ้นเคยกับการแยกส่วน รวมไปถึงการแยกส่วนของชีวิตไปด้วย หลายท่านก็จะรู้สึกหรือถูกทำให้รู้สึกหรือถูกสอนมาว่า งานเป็นงาน และ เที่ยวเป็นเที่ยว พานคิดไปว่า ถ้าเราต้องการจะฟื้นคืนความสดใสให้กับชีวิตของเรา เราจะต้อง ใช้เวลาไปกับวันหยุด หรือ การท่องเที่ยวเท่านั้น

            ที่เขียนแบบนี้ ไม่มีเจตนาจะทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวเมืองไทยลดลงนะครับ แต่อยากเชื้อชวนให้พวกเราลองกลับมามองเห็นประเด็นที่สำคัญที่สุดของ การฟื้นคืนความสดใส ให้กับชีวิตนั้น เราสามารถทำความสดใสให้กับชีวิตของเราได้ตลอดทุกช่วงเวลาในชีวิตของเราหรือ ไม่ หรือจะต้องรอเฉพาะในช่วงเวลาแห่งการท่องเที่ยว เราจะสามารถนำ ความสดใสแบบนี้ เข้ามาในชีวิตการทำงานของเรา เข้ามาในชีวิตครอบครัวของเราได้หรือไม่? หรือว่าจะต้องรอเฉพาะวันหยุด หรือว่าจะต้องรอช่วงลูกปิดเทอมหรือเราลาพักร้อน และทำไมเพียงแค่การลองเล่าเรื่องชีวิตวัยเยาว์ก็สามารถทำให้ผู้คนรู้สึกสดใสได้ ไม่น้อยกว่า หรือสำหรับบางท่านก็อาจจะดีกว่าการไปท่องเที่ยวไกล ๆ แบบที่ผมลองยกมา

            ผมเข้าใจว่าคำตอบ สำหรับวิธีการฟื้นคืนพลังแห่งความสดใส ให้กับชีวิตนั้นคงจะ ไม่ได้เป็นคำตอบที่ตายตัว น่าจะเป็นเรื่องราวของ วิธีการอะไรก็ได้ ที่เราทำแล้ว รู้สึกดีโดยไม่เดือดร้อนทั้งตัวเองและผู้อื่น และวิธีการบางอย่างอาจจะดีสำหรับเราแต่ไม่ดีสำหรับคนอื่น ๆ หรือวิธีการที่ดีสำหรับคนอื่นก็อาจจะไม่ได้เหมาะสมกับตัวเรา

            ความสำคัญหลักจึงน่าจะอยู่ที่ว่าเราได้ลองทำมันหรือยังรี ๆ รอ ๆ เพราะรอว่าต้องแบ่งแยกเวลาพัก เวลาทำงาน เราจะหา วิธีการ หรือ เทคนิค ให้ตัวเองสดชื่นแจ่มใสอยู่เนือง ๆ ในที่ทำงานของเราได้หรือไม่ หรือเราอาจจะต้องกลับมา ทดลองเป็นเด็ก กันอีกครั้ง เพื่อที่จะ กล้าทดลอง ทำอะไร ๆ แบบไม่กลัวผิดกลัวถูก

            ในแง่นี้ถ้าจิตใจของเราสามารถดำรงความเป็นเด็กที่สดชื่น ภายในของเราก็สดใสมีพลังร่างกายของเราจะใจจืดใจดำไม่สะท้อน ความสดใสแห่งวัยเยาว์ ออกมาให้เห็นภายนอกบ้างเชียวหรือ?


ที่มา SHE'S smart และ www.kapook.com


อ่าน 1904 ส่งต่อให้เพื่อน Pintting


 How Doctors Think แพทย์คิดอย่างไร (3)(ประชาชาติธุรกิจ)
 ความสุข 7 อย่างของลูกที่พ่อแม่คาดไม่ถึง
 How Doctors Think แพทย์คิดอย่างไร (2)
 การทำงานหน้าจอนานๆ ระวังคอมพิวเตอร์จะเป็น แดร็กคูล่า "ดูด" เลือดคุณ
 ซึมเศร้า แบบไหน...เข้าข่ายป่วย

 


มูลนิธิกระจกเงา เลขที่ 191 ซอยวิภาวดี 62 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่
กรุงเทพมหานคร 10210 [ดูแผนที่]
โทรศัพท์ 02-973-2236-7 ต่อ 1606 โทรสาร 02-973-2237 ต่อ 1090 E-mail: info@happyhospital.org
Copyright@2006 www.happyhospital.org