อาสาสมัครไม่ใช่แค่การ ”ให้” แต่เป็นการได้ “รับ” ที่มากกว่าการได้ให้ 


นิยามสร้างสุขของคุณ

ชื่อ


  •  เพราะว่าอยากช่วยจร้า (นก)
  •  อยากอาสาบ้าง (นก)
  •  สร้างให้เขาสุข เราก็อิ่มสุข (ปานปั้น)
  •    ปวดเข่าเป็นๆหายๆ สัญญาณเตือน โรคข้อเข่าเสื่อม ปัญหาสุขภาพอันดับต้นๆของผู้สูงอายุ  
       เคล็ด(ไม่)ลับ สร้างสุขเด็กไทย  
       วินิจฉัย โรคออทิสติก ด้วยวิธีใหม่ เพื่อช่วยในการรักษาและป้องกันโรคนี้  

       การเตรียมตัวลงพื้นที่  
       ว่าด้วยเรื่องอาสาสมัครในโรงพยาบาล  
       คุณสมบัติอาสาสมัครในโรงพยาบาล 

       "4 วิธีให้ลูกเลิกติดแท็บเล็ต มือถือ"  
       "5 สิ่ง ที่คุณพ่อควรทำ" 
       ห่วง“ผู้สูงวัย”เกือบครึ่งใช้ยาผิด 



     

     

    การทดลอง Walky Talky กับเด็กป่วยในโรงพยาบาล


    1.สมมุติฐาน  Walky Talky เป็นเครื่องมือในการคลายความทุกข์สร้างความสุขให้เด็กป่วยในโรงพยาบาลได้


    2.วัตถุประสงค์
     - เพื่อศึกษา ทดลองการนำ Walky Talky ไปใช้กับผู้ป่วยเด็กในโรงพยาบาล และ Walky Talky สามารถสร้างความสุขให้เกิดกับผู้ป่วยเด็กในขณะรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลได้
     - เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้ป่วยเด็กกับผู้ป่วยเด็ก ผู้ป่วยเด็กกับอาสาสมัครโดยผ่านการใช้ งาน Walky Talky
     
    3.ผลที่คาดว่าจะได้รับ
     - Walky Talky สามารถเป็นอุปกรณ์สื่อกลาง ทำให้ผู้ป่วยเด็กที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเป็นระยะเวลานาน และเกิดอาการเหงา ซึมเศร้า กลับมาพูดคุยกับผู้อื่นโดยใช้ Walky Talky ในการสื่อสาร
     - Walky Talky สามารถเป็นอุปกรณ์เชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้ป่วยเด็กกับผู้ป่วยเด็ก ผู้ป่วยเด็กกับอาสาสมัคร
     - ได้ชุดความรู้ กิจกรรม คู่มือการใช้งาน Walky Talky กับกลุ่มผู้ป่วยเด็ก


    4.กลุ่มเป้าหมาย
    - ผู้ป่วยเด็กที่รับการรักษาตัวอยู่ในทั้ง 4 โรงพยาบาล

    - อาสาสมัคร (พี่เลี้ยง)
    - เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์
    - โรงพยาบาล จำนวน 4 โรงพยาบาล
    - อาสาสมัครทั่วไป 

     


    5.แนวทางในการศึกษา
    - จัดเตรียมอุปกรณ์ Walky Talky ให้ครอบคลุมการใช้งานทั้งหมด
    - จัดเตรียม กิจกรรมการใช้งาน Walky Talky ให้เหมาะสมกับกลุ่มผู้ป่วยเด็ก
    - นำ Walky Talky ไปทดลองให้ผู้ป่วยเด็กในโรงพยาบาลใช้งาน
    - สังเกต และเก็บข้อมูลขณะผู้ป่วยเด็กเล่นใช้งาน Walky Talky เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้นมาทำเป็นชุดความรู้ต่อไป

    6.อุปกรณ์
    - Walky Talky
    - แท่นชาร์ต
    - สายไปสำหรับเสียบแท่นชาร์ต
    - ปลอกครอบ Walky Talky

    7.สถานที่
    - ห้องกิจกรรมของแต่ละโรงพยาบาล
    - ตามเตียงของผู้ป่วย

    ข้อสรุปจากการลงพื้นที่ที่ทดลองการใช้งาน Walky Talky กับผู้ป่วย
             จากการลงพื้นที่นำ Walky Talky เข้าไปทดลองใช้งานกับกลุ่มผู้ป่วยเด็กในโรงพยาบาล พบปฏิกิริยาตอบสนองครั้งแรกที่เห็น Walky Talky ของเด็กป่วยแบ่งเป็น 2 ประเภท ดังนี้


             1. ผู้ป่วยที่ให้ความสนใจ Walky Talky
              ผู้ป่วยเด็กกลุ่มนี้ จะแสดงท่าทางสนใจในทันทีที่อาสาสมัครยื่น Walky Talky ให้ ในกรณีที่ผู้ป่วยเด็กเคยใช้งานมาก่อน จะจับและเล่น Walky Talky อย่างชำนาญ แต่ในกรณีของเด็กป่วยที่ไม่เคยจับ Walky Talky มาก่อน จะรับ Walky Talky ดู และถามวิธีการใช้งานกับอาสาสมัคร หลังจากนั้น ก็จะร่วมกิจกรรมการใช้ Walky Talky ได้เป็นอย่างดี
             2. ผู้ป่วยที่ไม่สนใจ Walky Talky
             สำหรับผู้ป่วยกลุ่มนี้ จากการสังเกต พบว่าที่ผู้ป่วยไม่ให้ความสนใจอาจมาจากความกลัวหรืออายที่จะพูดคุยผ่าน Walky Talky ทำให้เมื่ออาสาสมัครชวนผู้ป่วยเล่น ผู้ป่วยจึงปฏิเสธทันที

    1.กลุ่มผู้ป่วยที่เข้าร่วมกิจกรรม
     จากการนำ Walky Talky ลงพื้นไปทดลองกับกลุ่มผู้ป่วยเด็ก ส่วนใหญ่ผู้ป่วยที่เข้าร่วมกิจกรรมจะเป็นผู้ป่วยที่สามารถลุกจากเตียงมาร่วมกิจกรรมได้ ส่วนผู้ป่วยที่อยู่บนเตียงที่เข้าร่วมกิจกรรมมีเพียง 1 คนเท่านั้น เนื่องจาก ผู้ป่วยที่อยู่บนเตียงส่วนใหญ่จะอ่อนเพลีย และต้องการพักผ่อนจึงไมสามรถเข้าร่วมกิจกรรมได้


    2.การตอบรับจากกลุ่มเด็กป่วย
    1. น้องๆเด็กป่วยให้ความสนใจกับ Walky Talky ดีมาก
    2. มีความอยากรู้ และเกิดการเรียนรู้วิธีการใช้งานของ Walky Talky
    3. เด็กป่วยตื่นเต้น และสนุกนานกับกิจกรรมการเล่นซ่อนหา โดยใช้ Walky Talky เป็นอุปกรณ์สื่อสาร
    4. ผู้ป่วยเด็กให้ความสนใจกับ Walky Talky ขณะที่เราถือ Walky Talky เข้าไปในห้องของผู้ป่วย
    5. ผู้ป่วยเด็กแสดงอาการตื่นเต้นเมื่อเห็น Walky Talky และเกิดความรู้สึกอยากเล่น อยากสัมผัส Walky Talky
    6. เกิดการเรียนรู้วิธีการใช้งาน Walky Talky และเมื่อผู้ป่วยเด็กเกิดความคุ้นเคยกับ Walky Talky ก็สามารถใช้งานได้เป็นอย่างดี

    3.การตอบรับจากเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์และผู้ปกครอง
     การตอบรับของเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์และผู้ปกครองของผู้ป่วยที่เล่น Walky Talky จากการสังเกตขณะที่นำ Walky Talky เข้าไปทำกิจกรมกับผู้ป่วย เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์และผู้ปกครองจะมองดูผู้ป่วยและอาสาสมัครเล่น Walky Talky กัน บางคนแสดงอาการยิ้มออกมา หลังจากที่เห็นผู้ป่วยลุกขึ้นมาเดินเล่น พูดคุย สื่อสารกันผ่าน Walky Talky


    4.ข้อดีของ Walky Talky
    1. ส่งเสริมการสื่อสารระหว่างผู้ป่วยเด็กกับผู้ป่วยเด็กทำให้ ผู้ป่วยเด็กมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน โดยมี Walky Talky เป็นอุปกรณ์เสริม
    2. ผู้ป่วยเด็กมีโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีที่หลากหลายมากขึ้น
    3. Walky Talky สามารถสร้างสีสันให้กับห้องผู้ป่วย พยาบาล แพทย์ที่อยู่ในหอผู้ป่วยได้ โดยมีกิจกรรมที่ทำผ่านการใช้ Walky Talky
    4. Walky Talky สามารถสร้างความสุข ลดความทุกข์ให้กับผู้ป่วยได้ โดยสังเกตจากรอยยิ้มที่ผู้ป่วยแสดงออกมาจากการร่วมกิจกรรมเล่นซ่อนหา โดยใช้ Walky Talky เป็นสื่อกลาง
    5. สร้างปฏิสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้ป่วยเด็กที่อยู่บนเตียงกับผู้ป่วยเด็กที่เล่นอยู่ในห้องกิจกรรม
    6. Walky Talky สามารถเป็นอุปกรณ์เพื่อคลายความเหงา สร้างความสุขให้กับผู้ป่วยเด็กที่อยู่บนเตียงได้
    7. การที่ผู้ป่วยเด็กที่อยู่บนเตียงได้พูดคุย ทำกิจกรรมกับWalky Talky และผู้ป่วยเด็กคนอื่นๆ ทำให้ผู้ป่วยเด็กที่อยู่บนเตียงเกิดความรู้สึกสนุก และมีความสุขที่มีคนพูดด้วยผ่าน Walky Talky


    5.ข้อเสียของ Walky Talky
    1. การนำ Walky Talky มาให้ผู้ป่วยเด็กเล่นเฉยๆ โดยไม่มีกิจกรรมอื่นเป็นตัวเชื่อมการใช้งาน ไม่สามารถทำให้เกิดการสื่อสารระหว่างกันของผู้ป่วยเด็กได้
    2. Walky Talky ไม่สามารถนำมาใช้กับกลุ่มผู้ป่วยโรคหัวใจ หรือโรคอื่นๆ ที่ต้องใช้อุปกรณอิเล็กโทรนิคทางการแพทย์ได้ เนื่องจากคลื่นของ Walky Talky จะไปรบกวนการทำงานของอุปกรณ์อิเล็กโทรนิคทางการแพทย์
    3. การใช้ Walky Talky ของผู้ป่วยเด็กบางครั้งอาจจะยังไม่สามารถสื่อความหมายที่ต้องการได้ภายในครั้งแรกที่ทำการสื่อสาร เนื่องจาก ยังไม่เข้าใจระบบ และจังหวะการกดปุ่มเพื่อสื่อสารออกไป
    4. Walky Talky ของโครงการอาจมีขนาดใหญ่เกินไปสำหรับเด็กที่มีอายุ 4-6 ปี ทำให้เป็นอุปรรคในการสื่อสารผ่าน Walky Talky

     

    6.การแก้ปัญหา
    1. จัดหากิจกรรมเพื่อนำมาเป็นตัวเชื่อมให้เกิดการสื่อสารระหว่างผู้ป่วยเด็กผ่าน Walky Talky เช่น การเล่นซ่อนหา หรือ มินิวอค์กแรลลี่ในโรงพยาบาล เป็นต้น
    2. อธิบายวิธีการใช้ Walky Talky ให้กับผู้ป่วยเด็กฟังอย่างชัดเจน และคอยเป็นพี่เลี้ยงแนะนำการใช้งานในเวลาที่เกิดปัญหาในการสื่อสารผ่าน Walky Talky
    3. ควรมี Walky Talky ที่ขนาดเหมาะสมกับเด็กป่วยอายุ 4-6 ปี

    7.ข้อเสนอแนะ
    การนำ Walky Talky เข้ามาให้กับผู้ป่วยเด็กเล่น เป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันของผู้ป่วยเด็กกับผู้ป่วยเด็ก แต่เบื้องต้นควรมีการสร้างกิจกรรมเสริมเพื่อเพิ่มการสื่อสารผ่าน Walky Talky ของผู้ป่วยเด็ก ประกอบกับขนาดของ Walky Talky ต้องเหมาะกับผู้ป่วย หาก Walky Talky มีขนาดใหญ่และหนักเกินไปจะเป็นอุปสรรคในการใช้งานได้

    8.ข้อค้นพบ
    จากการนำ Walky Talky เข้ามาทดลองกับผู้ป่วยเด็ก พบว่าผู้ป่วยเด็กมีความตื่นตัวที่จะเรียนรู้เทคโนโลยีชนิดนี้เป็นอย่างดี ถึงแม้ผู้ป่วยเด็กบางคนจะมีความรู้เรื่องการใช้งาน Walky Talky มาบ้างก่อนแล้ว แต่ก็ยังแสดงอาการตื่นเต้นที่ได้สัมผัส และเล่นเกมส์โดยใช้ Walky Talky เป็นสื่อกลาง ในส่วนของผู้ป่วยเด็กที่ไม่เคยใช้งาน Walky Talky มาก่อนเลยก็มีความประหลาดใจในครั้งแรกที่ได้สัมผัส และก็สามารถเรียนรู้วิธีการใช้งาน Walky Talky อย่างรวดเร็ว เพียงแต่ยังมีความเขิน อายอยู่บ้างในการสื่อสารผ่าน Walky Talky ครั้งแรก แต่พอรู้สึกคุ้นเคยกับ Walky Talky และผู้สนทนาด้วยแล้ว ผู้ป่วยเด็กจึงสามารถใช้งานได้อย่างดี

    9.ตัวชี้วัดกิจกรรม Walky Talky กับผู้ป่วยเด็ก
    1. เกิดการเปลี่ยนแปลงของผู้ป่วยเด็กที่อยู่ในภาวะซึมเศร้า เหงา มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมาพูดคุยกับผู้อื่นมากขึ้นโดยใช้ Walky Talky ในการสื่อสาร
    2. เกิดการสร้างปฏิสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้ป่วยกับผู้ป่วย ผู้ป่วยกับอาสาสมัคร
    3. เกิดการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ สังคม และสุขภาพจิตที่ดีขึ้นของผู้ป่วยเด็ก โดยวัดจากสีหน้าท่าทางของผู้ป่วยที่ร่วมกิจกรรม
    4. เกิดการปฏิสัมพันธ์และมีสัมพันธภาพที่ดีต่อกันมากขึ้นระหว่างผู้ปวยเด็กกับผู้ป่วยเด็ก ผู้ป่วยเด็กกับเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ และผู้ป่วยเด็กกับอาสาสมัคร

     


    อ่าน 2550 ส่งต่อให้เพื่อน Pintting


     กิจกรรม Work shop นิทานเสียง จาก Power point
     การทดลอง เกมส์ Wii กับเด็กป่วยใน รพ.
     เด็กป่วย การใช้งานอินเทอร์เน็ต
     การตกแต่งภาพและกรอบรูป
     กิจกรรมไดอารี่ของฉัน

     


    มูลนิธิกระจกเงา เลขที่ 191 ซอยวิภาวดี 62 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่
    กรุงเทพมหานคร 10210 [ดูแผนที่]
    โทรศัพท์ 02-973-2236-7 ต่อ 1606 โทรสาร 02-973-2237 ต่อ 1090 E-mail: info@happyhospital.org
    Copyright@2006 www.happyhospital.org