อาสาสมัครไม่ใช่แค่การ ”ให้” แต่เป็นการได้ “รับ” ที่มากกว่าการได้ให้ 


Warning: include(niyam/input.php) [function.include]: failed to open stream: No such file or directory in /home/happy/domains/happyhospital.org/public_html/menu_left_new.php on line 60

Warning: include(niyam/input.php) [function.include]: failed to open stream: No such file or directory in /home/happy/domains/happyhospital.org/public_html/menu_left_new.php on line 60

Warning: include() [function.include]: Failed opening 'niyam/input.php' for inclusion (include_path='.:/usr/local/lib/php') in /home/happy/domains/happyhospital.org/public_html/menu_left_new.php on line 60

   ปวดเข่าเป็นๆหายๆ สัญญาณเตือน โรคข้อเข่าเสื่อม ปัญหาสุขภาพอันดับต้นๆของผู้สูงอายุ  
   เคล็ด(ไม่)ลับ สร้างสุขเด็กไทย  
   วินิจฉัย โรคออทิสติก ด้วยวิธีใหม่ เพื่อช่วยในการรักษาและป้องกันโรคนี้  

   การเตรียมตัวลงพื้นที่  
   ว่าด้วยเรื่องอาสาสมัครในโรงพยาบาล  
   คุณสมบัติอาสาสมัครในโรงพยาบาล 

   "4 วิธีให้ลูกเลิกติดแท็บเล็ต มือถือ"  
   "5 สิ่ง ที่คุณพ่อควรทำ" 
   ห่วง“ผู้สูงวัย”เกือบครึ่งใช้ยาผิด 


ศึกแดงเดือด เจาะเลือดรวมกัน ระวังติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ

 

 การบริจาคเลือด โดยทั่วไปต้องได้รับการประเมินสภาพร่างกาย และใช้อุปกรณ์ที่ผ่านการฆ่าเชื้อและมีการควบคุมป้องกันการติดเชื้อ ซึ่งต้องดำเนินการโดยผู้มีความรู้และเชี่ยวชาญ แต่ในสถานการณ์ที่มีอาสาสมัครบริจาคเลือด และมีการเจาะเลือดมารวมกันนั้น อาจมีความเสี่ยงในการติดเชื้อได้ โดยเฉพาะไวรัสตับอักเสบบีและซี ซึ่งทั้ง 2 ชนิดนี้สามารถติดได้ง่ายมาก หากได้รับเชื้อชนิดนี้แล้ว โอกาสรักษาให้หายขาดเป็นไปได้ยาก

นอกจากนี้การชุมนุมที่มีคนอยู่รวมกันจำนวนมาก อาจต้องระมัดระวังความเสี่ยงจากการติดเชื้อ โดยเฉพาะเชื้อไวรัสตับอักเสบ ที่สามารถติดเชื้อผ่านการใช้ของใช้บางอย่างร่วมกัน สำหรับอาการของผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบจะมีอาการแสดงได้  2 แบบคือ

การติดเชื้อแบบเฉียบพลัน


อาการ
: มีไข้ อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร อาจมีผื่น ปวดข้อ ร่วมด้วย ปัสสาวะมีสีเข้ม ต่อมาไข้จะลดลงผู้ป่วยจึงเริ่มมีอาการตาเหลือง ตัวเหลือง

การติดเชื้อแบบเรื้อรัง


อาการ :
โดยทั่วไปผู้ป่วยมักไม่มีอาการผิดปกติหรืออาจมีอาการที่ไม่จำเพาะ เช่น เหนื่อย อ่อนเพลียเล็กน้อย ในผู้ป่วยติดเชื้อมานานอาจตรวจพบอาการและอาการแสดงของตับแข็งได้ การตรวจทางภูมิคุ้มกันจะสามารถบอกเชื้อก่อโรคได้ โดยเชื้อที่ก่อให้เกิดไวรัสตับอักเสบเรื้อรัง คือ ไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี และไวรัสตับอักเสบดี

ไวรัสตับอักเสบที่พบได้บ่อยคือ ไวรัสตับอักเสบเอ ไวรัสตับอักเสบบี และไวรัสตับอักเสบซี ในที่นี้ขอกล่าวถึงความแตกต่างของไวรัสทั้ง 3 ชนิดนี้

ไวรัสตับอักเสบเอ  (Hepatitis A virus)


การติดต่อของไวรัสตับอักเสบเอ ติดต่อโดยการกินน้ำ หรืออาหารที่ปนเปื้อนอุจจาระ มีระยะฟักตัวประมาณ 2 – 6 สัปดาห์

อาการ : การติดเชื้อในเด็กส่วนใหญ่มีอาการเล็กน้อยหรือไม่มีอาการแต่ในผู้ใหญ่จะมีอาการแสดงของตับอักเสบเฉียบพลันที่รุนแรงและชัดเจนกว่าในเด็ก ผู้ป่วยจะมีอาการตาเหลือง ตัวเหลือง อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน ผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอจะไม่กลายเป็นตับอักเสบเรื้อรัง

การป้องกัน :  การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอสามารถป้องกันได้ โดยการป้องกันการปนเปื้อนของอาหารและน้ำ และการฉีดวัคซีน (Active immunization)

ไวรัสตับอักเสบบี  (Hepatitis B virus)


การติดต่อของไวรัสตับอักเสบบี สามารถเกิดได้หลายทางคือ

การได้รับเลือดและส่วนประกอบของเลือด การฉีดยาเข้าเส้น การสักลาย การเจาะหู การใช้ของมีคม เช่น  มีดโกนหนวดร่วมกัน เกิดจากการติดเชื้อในระหว่างคลอด การติดเชื้อในช่วงต้นของวัยเด็ก ความเสี่ยงในการติดเชื้อจากแม่สู่ลูก ติดต่อทางเพศสัมพันธ์โดยเฉพาะในผู้ที่มีคู่นอนหลายคน นอกจากนี้ยังสามารถตรวจพบเชื้อในน้ำลายได้ แต่การติดต่อทางน้ำลายพบได้น้อยมาก

การป้องกัน
: ไวรัสตับอักเสบบี สามารถป้องกันได้โดยการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี ปัจจุบันประเทศไทยฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีให้เด็กแรกเกิดทุกคน ส่วนในผู้ใหญ่ที่ยังไม่เคยติดเชื้อและไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อน แนะนำให้ฉีดวัคซีนในผู้ที่มีความเสี่ยงสูงคือ

•    ผู้ประกอบอาชีพด้านการแพทย์ 
•    ผู้ที่อาศัยอยู่ร่วมกันหรือมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี
•    ผู้ป่วยไตวายที่รับการฟอกเลือดหรือผู้ป่วยโรคเลือดที่ต้องได้รับเลือดบ่อยๆ
•    ผู้ป่วยที่ใช้ยาฉีดเข้าเส้นหรือมีคู่นอนหลายคน

ไวรัสตับอักเสบซี  (Hepatitis C virus)


การติดเชื้อสามารถติดต่อได้โดยการได้รับเลือดและส่วนประกอบของเลือด การฉีดยาเข้าเส้น การติดต่อระหว่างคลอดจากแม่สู่ลูกพบได้ร้อยละ 5 – 6 และการติดต่อทางเพศสัมพันธ์โดยเฉพาะในผู้ที่มีคู่นอนหลายคน

อาการ : ไวรัสตับอักเสบ ซี ชนิดเฉียบพลัน

ส่วนใหญ่ไม่มีอาการผิดปกติ ในกลุ่มที่มีอาการจะพบว่ามีภาวะดีซ่าน เหนื่อย เพลีย มีไข้ต่ำ คลื่นไส้ อาเจียนและปวดท้องใต้ชายโครงขวา หลังจากได้รับเชื้อประมาณ 2 – 12 สัปดาห์

ไวรัสตับอักเสบ ซี ชนิดเรื้อรัง


ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่มีอาการ บางรายอาจมีอาการเหนื่อย เพลีย ปวดท้องใต้ชายโครงขวา  หรือตับโตได้ การติดเชื้อของผู้ป่วยประมาณร้อยละ 85 จะกลายเป็นไวรัสตับอักเสบซีชนิดเรื้อรัง ส่วนน้อยจะหายจากโรคได้เอง ในผู้ป่วยตับอักเสบเรื้อรังประมาณร้อยละ 20 – 30 จะเกิดตับแข็งในเวลา 10 – 20 ปี และหลังจากเกิดตับแข็งผู้ป่วยร้อยละ 2 – 7 จะมีความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งตับในเวลา 10 ปี

การป้องกัน
:  ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบซี การป้องกันไวรัสตับอักเสบซี สามารถทำได้โดย การตรวจคัดกรองเลือดที่รับบริจาค การใช้เข็มที่ปราศจากเชื้อ และการไม่มีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนหลายคน

เมื่อเข้าใจและรู้ลักษณะของไวรัสแต่ละชนิดแล้ว หากพอมีเวลาควรเข้ารับการตรวจสุขภาพเพื่อป้องกันโรคร้าย และรับมือได้หากตรวจพบตั้งแต่เนิ่นๆ

ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยรุฐ

วันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2553


อ่าน 4332 ส่งต่อให้เพื่อน Pintting


 อายุมากขึ้น เมนส์มาไม่หยุด เพราะอะไรกันนะ?
 น่ารู้! โรควัยทำงาน
 ไทยตอนบนมีฝนอากาศเย็น
 เตรียมพร้อมรับมือ "หวัดนก" สายพันธุ์ใหม่ จากเวียดนาม
 เตือน!! เด็กยุคไอแพดเสี่ยงปัญหาสุขภาพ

 


มูลนิธิกระจกเงา เลขที่ 191 ซอยวิภาวดี 62 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่
กรุงเทพมหานคร 10210 [ดูแผนที่]
โทรศัพท์ 02-973-2236-7 ต่อ 1606 โทรสาร 02-973-2237 ต่อ 1090 E-mail: info@happyhospital.org
Copyright@2006 www.happyhospital.org