อาสาสมัครไม่ใช่แค่การ ”ให้” แต่เป็นการได้ “รับ” ที่มากกว่าการได้ให้ 


นิยามสร้างสุขของคุณ

ชื่อ


  •  เพราะว่าอยากช่วยจร้า (นก)
  •  อยากอาสาบ้าง (นก)
  •  สร้างให้เขาสุข เราก็อิ่มสุข (ปานปั้น)
  •    ปวดเข่าเป็นๆหายๆ สัญญาณเตือน โรคข้อเข่าเสื่อม ปัญหาสุขภาพอันดับต้นๆของผู้สูงอายุ  
       เคล็ด(ไม่)ลับ สร้างสุขเด็กไทย  
       วินิจฉัย โรคออทิสติก ด้วยวิธีใหม่ เพื่อช่วยในการรักษาและป้องกันโรคนี้  

       การเตรียมตัวลงพื้นที่  
       ว่าด้วยเรื่องอาสาสมัครในโรงพยาบาล  
       คุณสมบัติอาสาสมัครในโรงพยาบาล 

       "4 วิธีให้ลูกเลิกติดแท็บเล็ต มือถือ"  
       "5 สิ่ง ที่คุณพ่อควรทำ" 
       ห่วง“ผู้สูงวัย”เกือบครึ่งใช้ยาผิด 


    'โรคไตวาย...ไม่ตายไว ถ้ารู้วิธีปฏิบัติตัว'

     

        เพื่อให้คนทั่วโลกตระหนักถึงอันตรายของโรคไตวายเรื้อรัง และร่วมหาแนวทางป้องกันการเกิดโรคไตวายเรื้อรัง สมาคมโรคไตนานาชาติจึงได้กำหนดให้ทุกวันพฤหัสบดีที่ 2 ของ เดือนมีนาคมทุกปี เป็นวันไตโลก ซึ่งปีนี้ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 11 มีนาคม โดยในปีนี้รณรงค์ให้ตระหนักถึงความสำคัญของไต และการดูแลสุขภาพไต ด้วยการคุมเบาหวานและความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคไตวายเรื้อรัง ของคนทั่วโลก รวมถึงการรณรงค์ส่งเสริมให้มีการตรวจปัสสาวะและตรวจเลือดดูการทำงานของไตในกลุ่มเสี่ยง เพื่อตรวจหาอาการเบื้องต้นและรับการบำบัดรักษาตั้งแต่แรกเริ่มเพื่อชะลอการเสื่อมของไต
              
       ข้อมูลจาก พ.ต.อ.นพ.ธนิต จิรนันท์ธวัช แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไตและการบำบัดทดแทนไต หัวหน้าหน่วยโรคไต โรงพยาบาลตำรวจ กล่าวในงานสัมมนารณรงค์เนื่องในวันไตโลก ในหัวข้อเรื่อง “การล้างไตทางช่องท้องอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับการบำบัดทดแทนไต” ระบุว่า แนวโน้มคนไทยป่วยเป็นโรคไตวายเรื้อรังเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ข้อมูลจากสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย ระบุว่าในปี พ.ศ. 2550 มีจำนวนผู้ป่วยใหม่ 160 คนต่อประชากร 1 ล้านคนต่อปี และมียอดผู้ป่วยสะสม สูงถึง 420 คนต่อประชากร 1 ล้านคนต่อปี ซึ่งเป็น  ตัวเลขที่สูงขึ้นจนน่าตกใจ เพราะหากย้อนกลับไปดูข้อมูล 5 ปีหลัง พบว่าในปี พ.ศ. 2546 มีผู้ป่วยใหม่เพียง 83 คนต่อประชากร 1 ล้านคนต่อปี และมีจำนวนผู้ป่วยสะสม 234 คนต่อประชากร 1 ล้านคนต่อปี และปัจจุบันยังเป็นที่น่าวิตกว่า อัตราการเกิดของผู้ป่วยไตวายเรื้อรังในประเทศไทยที่ต้องได้รับการบำบัดทดแทนไตนั้น ยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงมากขึ้นทุกปี
           
    โรคไตวายเรื้อรังเกิดจากหลายสาเหตุ ที่สำคัญคือ เกิดจากโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง โรคเกาต์ นิ่วในไต กรวยไตอักเสบ รวมถึงอาจเกิดจากผลข้างเคียงจากการใช้ยา และ สารเคมีต่าง ๆ ได้แก่ ยาแก้ปวดกลุ่ม “เอ็นเสด (NSAIDs)” และยาปฏิชีวนะบางตัว เป็นต้น
           
    อาการโรคไตวายเรื้อรัง มักจะแสดงให้เห็นก็ต่อเมื่อการทำงานของไตเหลือเพียงร้อยละ 10 ดังนั้น ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังในระยะแรก มักจะไม่รู้ว่าตัวเองเป็น การวินิจฉัยโรคไตวายเรื้อรังต้องอาศัยการตรวจเลือดและปัสสาวะเพื่อดูการทำงานของไต ดังนั้น  ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่มีโรคร่วมที่เป็นสาเหตุของโรคไตวายเรื้อรังดังที่กล่าวมาเบื้องต้น รวมถึงผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคไต ควรได้รับการตรวจเลือดและปัสสาวะ เพื่อคัดกรองโรคไตวายเรื้อรังอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง แม้ว่าจะไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ ก็ตาม โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวาน และความดันโลหิตสูง ทางสมาคมโรคไตนานาชาติ รณรงค์ให้ได้รับการตรวจทุกคน เนื่องจากผู้ป่วยเบาหวานมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคไตวายเรื้อรังสูงถึงร้อยละ 50 ขณะที่ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงจะมีโอกาสเสี่ยงร้อยละ 10 ผู้ป่วยกลุ่มนี้จึงควรได้รับการตรวจหาอาการเบื้องต้นและรับการบำบัดรักษาตั้งแต่แรกเริ่ม เพื่อชะลอการเสื่อมของไต
           
    นอกจากนี้ ควรรู้จักสังเกตอาการตนเองหากพบอาการดังต่อไปนี้ควรรีบพบแพทย์ เพราะอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเป็นโรคไตวายเรื้อรัง ได้แก่
           
    1.มีอาการบริเวณหน้าแข้งบวม เท้าบวม รอบตาบวม หน้าบวม กดแล้วเป็นรอยบุ๋ม ซึ่งอาการบวมรอบตา บวมที่หน้า อาจสังเกตได้ง่ายเวลาที่ตื่นนอน ส่วนเท้าบวมอาจพบเมื่อเข้าช่วงบ่าย  หรือยืนเป็นเวลานาน ๆ สังเกตได้จากแหวนหรือรองเท้าที่เคยสวมใส่จะคับขึ้น เมื่อใช้นิ้วมือกดที่เท้าหรือหน้าแข้งจะมีรอยบุ๋ม
       
    2.ความดันโลหิตสูง เป็นอาการสำคัญของโรคไตวายเรื้อรัง โดยเฉพาะรายที่มีความดันโลหิตสูงมานานและควบคุมไม่ได้ เนื่องจากความดันโลหิตสูงโดยตัวมันเองอาจไม่มีอาการหรือมี อาการเล็กน้อย เช่น ปวดหัว มึนงง เป็นต้น ดังนั้นท่านควรได้รับการตรวจวัดความดันโลหิตเป็นประจำ
       
    3.ปัสสาวะผิดปกติ และมีปริมาณน้อยลง โดยมีอาการ ดังนี้
       
    -ปัสสาวะเป็นเลือด สีน้ำล้างเนื้อหรือขุ่นผิดปกติ ปัสสาวะ จะมีสีเหลืองใส อาจ  มีสีเข้มข้นเมื่อดื่มน้ำ  น้อยและจางลงเมื่อดื่มน้ำมาก ๆ ถ้ามีปัสสาวะสีแดงคล้ายเลือดหรือสีน้ำล้างเนื้อ บ่งบอกว่า อาจมีเลือดปนออกมากับปัสสาวะ ซึ่งเกิด จากการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ มีนิ่ว ไตอักเสบ หรือเนื้องอกในทางเดินปัสสาวะ เป็นต้น ปัสสาวะเป็นเลือดอาจเกิดจากโรคนิ่ว หรือการ   ติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะหรือเกิดจากไตอักเสบ เนื้องอกในทางเดินปัสสาวะ หรือโรคเลือดที่ทำให้มีเลือดออกง่าย
           
    -ปัสสาวะเป็นฟองมากเกินไป ให้สงสัยว่ามีโปรตีนรั่วจากการทำงานของไตผิดปกติ
           
    -ปัสสาวะขัดหรือลำบาก
           
    -ปัสสาวะมีเศษหิน เศษกรวดปะปน
           
    -ปัสสาวะกลางคืนหลังจากหลับไปแล้ว บ่อยกว่าปกติ  ซึ่งในคนปกติ เมื่อคนเรานอนหลับ 6-8 ชั่วโมง มักจะไม่ตื่นขึ้นมาปัสสาวะ คนเรา  สามารถเก็บปัสสาวะไว้ได้ประมาณ 250 ซีซี   หรือเท่ากับน้ำ 1 แก้ว ดังนั้นจึงไม่ต้องลุกขึ้นมาปัสสาวะเวลากลางคืน แต่ในผู้ที่มีโรคไตวายเรื้อรัง  ไตจะไม่สามารถลดการสร้างปัสสาวะได้ในตอน กลางคืน จึงมีปัสสาวะออกมากและลุกขึ้นมาปัสสาวะ โดยทั่วไปท่านอาจตื่นขึ้นมาปัสสาวะในตอนกลางคืน 1-2 ครั้ง ถ้าท่านดื่มน้ำก่อนนอน  หรืออาจจะเป็นนิสัยตั้งแต่เด็ก แต่ถ้าไม่เคยเป็นมาก่อนควรรีบปรึกษาแพทย์
           
    สำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคไตวายเรื้อรังเมื่อ เป็นแล้ว จะเสียชีวิตทุกคนหากไม่ล้างไต ดังนั้น เรื่องจิตใจเป็นสิ่งสำคัญ ผู้ป่วยอย่าท้อแท้และหมดกำลังใจที่จะรักษา เพราะถึงแม้ว่าโรคไตวายเรื้อรัง จะเป็นโรคที่รักษาไม่หายขาด แต่ผู้ป่วยก็สามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีชีวิตยืนยาวได้ หากได้รับการบำบัดทดแทนไตอย่างถูกต้องและเหมาะสม ซึ่งในปัจจุบันทำได้ 3 วิธี คือ 1) การปลูกถ่ายไต เป็นการรักษาที่ดีที่สุด แต่มีข้อจำกัดเนื่องจากขาดแคลนผู้บริจาค 2) การฟอกเลือด และ 3) การล้างไตผ่านทางช่องท้อง ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับการบำบัดทดแทนไตและได้บรรจุอยู่ในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย เนื่องจากการล้างไตผ่านช่องท้องจะทำให้คนไข้ได้รับความสะดวกและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น วิธีนี้จะช่วยลดข้อจำกัดเรื่องเวลาที่ผู้ป่วยและญาติต้องเดินทางไปพบแพทย์ตลอดเวลา เพราะการล้างไตทางช่อง ท้องนี้สามารถดูแลได้ด้วยตัวเองจึงเพิ่มความเป็นอิสระให้กับผู้ป่วย นอกจากนี้ ผู้ป่วยยังสามารถ  ทำการล้างไตได้เองทุกวัน จึงทำให้ร่างกายผู้ป่วยสามารถขับของเสียออกได้เป็นอย่างดี ผู้ป่วยจะรู้สึกดีขึ้นและเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น
           
    อย่างไรก็ตาม การป้องกันไม่ให้เกิดโรคไตวายเรื้อรังเป็นการดีที่สุดด้วยการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงและดูแลสุขภาพด้วยการดื่มน้ำสะอาดให้  เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ งดเหล้าและ บุหรี่ และเลือกรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่  ให้หมั่นรักษาโรคประจำตัว โดยเฉพาะผู้ที่เป็น   เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคเกาต์ หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงอื่น ๆ เช่น การใช้ยาที่ไม่ทราบแหล่งที่มา โดยเฉพาะยาสมุนไพร ยาหม้อ หรือ  ยาเม็ดลูกกลอน รวมถึงยาแผนปัจจุบันบางชนิดที่รับประทานต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน เพียงเท่านี้ก็อาจจะช่วยให้ท่านห่างไกลโรคไตวายเรื้อรังได้
    เพื่อให้คนทั่วโลกตระหนักถึงอันตรายของโรคไตวายเรื้อรัง และร่วมหาแนวทางป้องกันการเกิดโรคไตวายเรื้อรัง สมาคมโรคไตนานาชาติจึงได้กำหนดให้ทุกวันพฤหัสบดีที่ 2 ของ เดือนมีนาคมทุกปี เป็นวันไตโลก ซึ่งปีนี้ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 11 มีนาคม โดยในปีนี้รณรงค์ให้ตระหนักถึงความสำคัญของไต และการดูแลสุขภาพไต ด้วยการคุมเบาหวานและความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคไตวายเรื้อรัง ของคนทั่วโลก รวมถึงการรณรงค์ส่งเสริมให้มีการตรวจปัสสาวะและตรวจเลือดดูการทำงานของไตในกลุ่มเสี่ยง เพื่อตรวจหาอาการเบื้องต้นและรับการบำบัดรักษาตั้งแต่แรกเริ่มเพื่อชะลอการเสื่อมของไต
           
    ข้อมูลจาก พ.ต.อ.นพ.ธนิต จิรนันท์ธวัช แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไตและการบำบัดทดแทนไต หัวหน้าหน่วยโรคไต โรงพยาบาลตำรวจ กล่าวในงานสัมมนารณรงค์เนื่องในวันไตโลก ในหัวข้อเรื่อง “การล้างไตทางช่องท้องอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับการบำบัดทดแทนไต” ระบุว่า แนวโน้มคนไทยป่วยเป็นโรคไตวายเรื้อรังเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ข้อมูลจากสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย ระบุว่าในปี พ.ศ. 2550 มีจำนวนผู้ป่วยใหม่ 160 คนต่อประชากร 1 ล้านคนต่อปี และมียอดผู้ป่วยสะสม สูงถึง 420 คนต่อประชากร 1 ล้านคนต่อปี ซึ่งเป็น  ตัวเลขที่สูงขึ้นจนน่าตกใจ เพราะหากย้อนกลับไปดูข้อมูล 5 ปีหลัง พบว่าในปี พ.ศ. 2546 มีผู้ป่วยใหม่เพียง 83 คนต่อประชากร 1 ล้านคนต่อปี และมีจำนวนผู้ป่วยสะสม 234 คนต่อประชากร 1 ล้านคนต่อปี และปัจจุบันยังเป็นที่น่าวิตกว่า อัตราการเกิดของผู้ป่วยไตวายเรื้อรังในประเทศไทยที่ต้องได้รับการบำบัดทดแทนไตนั้น ยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงมากขึ้นทุกปี
           
    โรคไตวายเรื้อรังเกิดจากหลายสาเหตุ ที่สำคัญคือ เกิดจากโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง โรคเกาต์ นิ่วในไต กรวยไตอักเสบ รวมถึงอาจเกิดจากผลข้างเคียงจากการใช้ยา และ สารเคมีต่าง ๆ ได้แก่ ยาแก้ปวดกลุ่ม “เอ็นเสด (NSAIDs)” และยาปฏิชีวนะบางตัว เป็นต้น
           
    อาการโรคไตวายเรื้อรัง มักจะแสดงให้เห็นก็ต่อเมื่อการทำงานของไตเหลือเพียงร้อยละ 10 ดังนั้น ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังในระยะแรก มักจะไม่รู้ว่าตัวเองเป็น การวินิจฉัยโรคไตวายเรื้อรังต้องอาศัยการตรวจเลือดและปัสสาวะเพื่อดูการทำงานของไต ดังนั้น  ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่มีโรคร่วมที่เป็นสาเหตุของโรคไตวายเรื้อรังดังที่กล่าวมาเบื้องต้น รวมถึงผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคไต ควรได้รับการตรวจเลือดและปัสสาวะ เพื่อคัดกรองโรคไตวายเรื้อรังอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง แม้ว่าจะไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ ก็ตาม โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวาน และความดันโลหิตสูง ทางสมาคมโรคไตนานาชาติ รณรงค์ให้ได้รับการตรวจทุกคน เนื่องจากผู้ป่วยเบาหวานมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคไตวายเรื้อรังสูงถึงร้อยละ 50 ขณะที่ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงจะมีโอกาสเสี่ยงร้อยละ 10 ผู้ป่วยกลุ่มนี้จึงควรได้รับการตรวจหาอาการเบื้องต้นและรับการบำบัดรักษาตั้งแต่แรกเริ่ม เพื่อชะลอการเสื่อมของไต
           
    นอกจากนี้ ควรรู้จักสังเกตอาการตนเองหากพบอาการดังต่อไปนี้ควรรีบพบแพทย์ เพราะอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเป็นโรคไตวายเรื้อรัง ได้แก่
           
    1.มีอาการบริเวณหน้าแข้งบวม เท้าบวม รอบตาบวม หน้าบวม กดแล้วเป็นรอยบุ๋ม ซึ่งอาการบวมรอบตา บวมที่หน้า อาจสังเกตได้ง่ายเวลาที่ตื่นนอน ส่วนเท้าบวมอาจพบเมื่อเข้าช่วงบ่าย  หรือยืนเป็นเวลานาน ๆ สังเกตได้จากแหวนหรือรองเท้าที่เคยสวมใส่จะคับขึ้น เมื่อใช้นิ้วมือกดที่เท้าหรือหน้าแข้งจะมีรอยบุ๋ม
       
    2.ความดันโลหิตสูง เป็นอาการสำคัญของโรคไตวายเรื้อรัง โดยเฉพาะรายที่มีความดันโลหิตสูงมานานและควบคุมไม่ได้ เนื่องจากความดันโลหิตสูงโดยตัวมันเองอาจไม่มีอาการหรือมี อาการเล็กน้อย เช่น ปวดหัว มึนงง เป็นต้น ดังนั้นท่านควรได้รับการตรวจวัดความดันโลหิตเป็นประจำ
       
    3.ปัสสาวะผิดปกติ และมีปริมาณน้อยลง โดยมีอาการ ดังนี้
       
    -ปัสสาวะเป็นเลือด สีน้ำล้างเนื้อหรือขุ่นผิดปกติ ปัสสาวะ จะมีสีเหลืองใส อาจ  มีสีเข้มข้นเมื่อดื่มน้ำ  น้อยและจางลงเมื่อดื่มน้ำมาก ๆ ถ้ามีปัสสาวะสีแดงคล้ายเลือดหรือสีน้ำล้างเนื้อ บ่งบอกว่า อาจมีเลือดปนออกมากับปัสสาวะ ซึ่งเกิด จากการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ มีนิ่ว ไตอักเสบ หรือเนื้องอกในทางเดินปัสสาวะ เป็นต้น ปัสสาวะเป็นเลือดอาจเกิดจากโรคนิ่ว หรือการ   ติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะหรือเกิดจากไตอักเสบ เนื้องอกในทางเดินปัสสาวะ หรือโรคเลือดที่ทำให้มีเลือดออกง่าย
           
    -ปัสสาวะเป็นฟองมากเกินไป ให้สงสัยว่ามีโปรตีนรั่วจากการทำงานของไตผิดปกติ
           
    -ปัสสาวะขัดหรือลำบาก
           
    -ปัสสาวะมีเศษหิน เศษกรวดปะปน
           
    -ปัสสาวะกลางคืนหลังจากหลับไปแล้ว บ่อยกว่าปกติ  ซึ่งในคนปกติ เมื่อคนเรานอนหลับ 6-8 ชั่วโมง มักจะไม่ตื่นขึ้นมาปัสสาวะ คนเรา  สามารถเก็บปัสสาวะไว้ได้ประมาณ 250 ซีซี   หรือเท่ากับน้ำ 1 แก้ว ดังนั้นจึงไม่ต้องลุกขึ้นมาปัสสาวะเวลากลางคืน แต่ในผู้ที่มีโรคไตวายเรื้อรัง  ไตจะไม่สามารถลดการสร้างปัสสาวะได้ในตอน กลางคืน จึงมีปัสสาวะออกมากและลุกขึ้นมาปัสสาวะ โดยทั่วไปท่านอาจตื่นขึ้นมาปัสสาวะในตอนกลางคืน 1-2 ครั้ง ถ้าท่านดื่มน้ำก่อนนอน  หรืออาจจะเป็นนิสัยตั้งแต่เด็ก แต่ถ้าไม่เคยเป็นมาก่อนควรรีบปรึกษาแพทย์
           
    สำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคไตวายเรื้อรังเมื่อ เป็นแล้ว จะเสียชีวิตทุกคนหากไม่ล้างไต ดังนั้น เรื่องจิตใจเป็นสิ่งสำคัญ ผู้ป่วยอย่าท้อแท้และหมดกำลังใจที่จะรักษา เพราะถึงแม้ว่าโรคไตวายเรื้อรัง จะเป็นโรคที่รักษาไม่หายขาด แต่ผู้ป่วยก็สามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีชีวิตยืนยาวได้ หากได้รับการบำบัดทดแทนไตอย่างถูกต้องและเหมาะสม ซึ่งในปัจจุบันทำได้ 3 วิธี คือ 1) การปลูกถ่ายไต เป็นการรักษาที่ดีที่สุด แต่มีข้อจำกัดเนื่องจากขาดแคลนผู้บริจาค 2) การฟอกเลือด และ 3) การล้างไตผ่านทางช่องท้อง ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับการบำบัดทดแทนไตและได้บรรจุอยู่ในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย เนื่องจากการล้างไตผ่านช่องท้องจะทำให้คนไข้ได้รับความสะดวกและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น วิธีนี้จะช่วยลดข้อจำกัดเรื่องเวลาที่ผู้ป่วยและญาติต้องเดินทางไปพบแพทย์ตลอดเวลา เพราะการล้างไตทางช่อง ท้องนี้สามารถดูแลได้ด้วยตัวเองจึงเพิ่มความเป็นอิสระให้กับผู้ป่วย นอกจากนี้ ผู้ป่วยยังสามารถ  ทำการล้างไตได้เองทุกวัน จึงทำให้ร่างกายผู้ป่วยสามารถขับของเสียออกได้เป็นอย่างดี ผู้ป่วยจะรู้สึกดีขึ้นและเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น
           
    อย่างไรก็ตาม การป้องกันไม่ให้เกิดโรคไตวายเรื้อรังเป็นการดีที่สุดด้วยการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงและดูแลสุขภาพด้วยการดื่มน้ำสะอาดให้  เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ งดเหล้าและ บุหรี่ และเลือกรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่  ให้หมั่นรักษาโรคประจำตัว โดยเฉพาะผู้ที่เป็น   เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคเกาต์ หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงอื่น ๆ เช่น การใช้ยาที่ไม่ทราบแหล่งที่มา โดยเฉพาะยาสมุนไพร ยาหม้อ หรือ  ยาเม็ดลูกกลอน รวมถึงยาแผนปัจจุบันบางชนิดที่รับประทานต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน เพียงเท่านี้ก็อาจจะช่วยให้ท่านห่างไกลโรคไตวายเรื้อรังได้

    ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

    วันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2553


    อ่าน 2387 ส่งต่อให้เพื่อน Pintting


     รถทัวร์พุ่งชนท้ายรถบรรทุกผู้โดยสารเจ็บระนาว
     ทำอย่างไร ให้สุขภาพดีทุกครั้งที่ตื่น
     สสส กระตุ้นเยาวชนให้เดินเพื่อสุขภาพดี จับมือ 16 โรงเรียนรักเดิน ลดภาวะแช่หน้าจอของเด็ก
     อยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวใหญ่ ดีหรือไม่ดีอย่างไร มาดูกัน
     กินฟาสต์ฟู้ดอันตรายสองเด้ง อ้วน แล้วยังเสียสุขภาพจิต

     


    มูลนิธิกระจกเงา เลขที่ 191 ซอยวิภาวดี 62 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่
    กรุงเทพมหานคร 10210 [ดูแผนที่]
    โทรศัพท์ 02-973-2236-7 ต่อ 1606 โทรสาร 02-973-2237 ต่อ 1090 E-mail: info@happyhospital.org
    Copyright@2006 www.happyhospital.org