อาสาสมัครไม่ใช่แค่การ ”ให้” แต่เป็นการได้ “รับ” ที่มากกว่าการได้ให้ 


Warning: include(niyam/input.php) [function.include]: failed to open stream: No such file or directory in /home/happy/domains/happyhospital.org/public_html/menu_left_new.php on line 60

Warning: include(niyam/input.php) [function.include]: failed to open stream: No such file or directory in /home/happy/domains/happyhospital.org/public_html/menu_left_new.php on line 60

Warning: include() [function.include]: Failed opening 'niyam/input.php' for inclusion (include_path='.:/usr/local/lib/php') in /home/happy/domains/happyhospital.org/public_html/menu_left_new.php on line 60

   ปวดเข่าเป็นๆหายๆ สัญญาณเตือน โรคข้อเข่าเสื่อม ปัญหาสุขภาพอันดับต้นๆของผู้สูงอายุ  
   เคล็ด(ไม่)ลับ สร้างสุขเด็กไทย  
   วินิจฉัย โรคออทิสติก ด้วยวิธีใหม่ เพื่อช่วยในการรักษาและป้องกันโรคนี้  

   การเตรียมตัวลงพื้นที่  
   ว่าด้วยเรื่องอาสาสมัครในโรงพยาบาล  
   คุณสมบัติอาสาสมัครในโรงพยาบาล 

   "4 วิธีให้ลูกเลิกติดแท็บเล็ต มือถือ"  
   "5 สิ่ง ที่คุณพ่อควรทำ" 
   ห่วง“ผู้สูงวัย”เกือบครึ่งใช้ยาผิด 


พิษสารเคมีรั่ว ส่งรพ.ระนาวสวดยับท่าเรือฯเตือนช้า

 

สารเคมีรั่วไหลภายในการท่าเรือแหลมฉบังปะทุระลอกสองกลางดึก ชาวบ้าน นักเรียน สูดดมวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ถูกหามส่งโรงพยาบาลระนาว สวดยับการท่าเรือฯประกาศเตือนภัยช้าจนพากันหนีไม่ทัน พบมีผู้เสียชีวิต 2 ราย แต่การท่าเรือฯปฏิเสธไม่เกี่ยวกับสารพิษ ขณะที่จังหวัดสั่งจุดเกิดเหตุและพื้นที่โดยรอบเป็นเขตอันตรายแล้ว

ตามที่ได้เกิดเหตุการณ์สารเคมีรั่วไหลออกมาจากตู้คอนเทนเนอร์ ที่ท่าเรือ บี 3 ภายในการท่าเรือแหลมฉบังจ.ชลบุรี เมื่อบ่ายวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา สารเคมีฟุ้งกระจายเป็นบริเวณกว้าง จนการท่าเรือแหลมฉบังต้องสั่งอพยพพนักงานและผู้ประกอบการบริเวณใกล้เคียงรัศมีให้ออก ห่างไกลจากจุดเกิดเหตุ เนื่องจากสารพิษมีกลิ่นฉุนมาก หากสูดดมเป็นเวลานานจะรู้สึกวิงเวียนศีรษะ และคลื่นไส้ ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหาทางแก้ไขโดยระดมรถดับเพลิงฉีดน้ำดับการฟุ้งกระจายของสารเคมีที่รั่วไหลเต็มที่ ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง จึงควบคุมสถานการณ์ได้ และประกาศกลับสู่สภาวะปกติในเวลาต่อมานั้น

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 26 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สารเคมีอันตรายที่อยู่ภายในตู้คอนเทนเนอร์เจ้าปัญหาเกิดปะทุขึ้นมาอีกครั้ง ส่งผลให้สารพิษฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ประกอบกับมีลมกระโชกแรงพัดหอบเอาสารพิษเข้าหมู่บ้านชาวประมงแหลมฉบัง ชาวบ้านร่วม 200 หลังคาเรือน รวมทั้งพระลูกวัดวัดแหลมฉบังเก่ามีอาการหน้ามืดเป็นลม หายใจไม่ออก ทางการท่าเรือแหลมฉบังต้องประกาศให้ชาวบ้านเร่งอพยพออกจากหมู่บ้านโดยด่วน เนื่องจากปริมาณสารเคมีที่ฟุ้งกระจายอยู่ในระดับที่อันตรายมาก

ทันทีที่ได้รับการแจ้งเตือนภัย ชาวบ้านพากัน จูงลูกจูงหลานหนีตายออกจากบ้านกลางดึกด้วยความโกลาหล ใครมีรถก็ขับรถหนีตายออกไป ใครไม่มีรถก็แจ้งขอความช่วยเหลือจากหน่วยกู้ภัยสว่างประทีปธรรมสถานศรีราชา นำรถมารับออกจากหมู่บ้านกันอย่างทุลักทุเล โดยพากันไปพักพิงชั่วคราวที่โรงเรียนเทศบาลแหลมฉบัง 2 ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 5 กม. ขณะเดียวกันทาง รพ.อ่าวอุดม ระดมแพทย์ พยาบาล ตั้งศูนย์ให้การช่วยเหลือชาวบ้านที่เจ็บป่วยจากการสูดสารพิษเข้าไปทำให้เกิดอาการแสบตา คลื่นไส้ อาเจียน ปวดหัว หายใจติดขัด และเป็นลมล้มพับกันระนาว

ขณะที่พนักงานโรงงานต่างๆในเขตนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง ซึ่งอยู่ในรัศมี 1 กม. ก็ถูกหามส่ง รพ.อ่าวอุดม นับ 100 คนเช่นกัน แพทย์ให้การช่วยเหลือเต็มที่ คนงาน หรือชาวบ้านรายใดอาการไม่หนักก็อนุญาตให้ กลับบ้านได้ ส่วนรายใดที่อาการหนักก็ให้นอนพักรักษาตัว กระทั่งพบมีผู้เสียชีวิต 2 รายคือ นางสุรัตน์ ผู้เพชร อายุ 58 ปี พักอยู่บ้านเช่าไม่มีเลขที่ ห่างจากจุดเกิดเหตุราว 400 เมตร กับนายนเรศ แก้วเรือน อายุ 51 ปี ยามร้านรับซื้อของเก่า ห่างจากจุดเกิดเหตุ 2 กม. ซึ่งทั้ง 2 ศพภายหลังการท่าเรือฯออกมายืนยันว่าสาเหตุการเสียชีวิตไม่เกี่ยวกับสารพิษแต่อย่างใด โดยนางสุรัตน์ป่วยเป็นโรคลมชัก ส่วนนายนเรศยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด

ส่วนผู้ป่วยที่ยังนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลมีอีก 5 ราย ประกอบด้วย นายสกรรจ์ ฤทธิ์นภา อายุ 16 ปี กับ น.ส.พนม จุนผักแร้น อายุ 33 ปี อยู่ที่ รพ.แหลมฉบังอินเตอร์ ทั้ง 2 มีอาการวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน อีก 2 รายคือ นายสุวิทย์ ศรีพรจัน อายุ 34 ปี กับนายเกรียงไกร ทาคำ อายุ 29 ปี นอนพักรักษาตัวที่ รพ.สมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา อีกรายคือนายสากล พิมพ์มาลี อายุ 47 ปี รักษาตัวที่ รพ.พญาไท

ต่อมาสายวันเดียวกัน การสกัดสารเคมีที่ปะทุขึ้นระลอกสองยังไม่สามารถดำเนินการได้ สารพิษได้ฟุ้งกระจายไปทั่ว ชาวบ้านพากันหวาดผวาอย่างหนัก ต่างขนข้าวของหนีสารพิษกันอย่างไม่ขาดสาย รวมทั้งทยอยเข้าตรวจร่างกายที่ศูนย์โรงเรียนเทศบาลแหลมฉบัง 2 กันแน่นขนัด ขณะที่โรงเรียนวิศวกรรมแหลมฉบัง ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1-2 กม. สั่งปิดเรียนครึ่งวัน หลังนักเรียนมีการอาเจียน ปวดศีรษะ เป็นลม มีผื่นแดง และคัน บางคนมีอาการเจ็บคอ มีผื่นขึ้นตามตัว ต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลกว่า 10 คน

นายประสาน เจี๊ยะหลิม ชาวบ้านแหลมฉบังกล่าวว่า การท่าเรือแหลมฉบังมักปกปิดข้อมูลและไม่แจ้งให้ ชาวบ้านทราบว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น ปล่อยให้ชาวบ้านสูดดมสารพิษจนเจ็บป่วยและไม่สบายเป็นจำนวนมาก ถือว่าการท่าเรือไม่ดูแลและรับผิดชอบเท่าที่ควร แถมเหตุเกิดตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันที่ 25 พ.ย. แต่การท่าเรือแจ้งให้ชาวบ้านอพยพหรือหนีออกนอกพื้นที่ตอนตีหนึ่งของวันใหม่ แล้วอย่างนี้ชาวบ้านจะไว้ใจการท่าเรือฯได้ อย่างไรต่อไป

ต่อมาช่วงบ่าย นายเฉลิมเกียรติ สลักคำ ผอ.การท่าเรือ แหลมฉบัง แถลงว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางท่าเรือได้วางมาตรการป้องกันตามแผนฉุกเฉินของท่าเรือ จนสถานการณ์ กลับเข้าสู่ปกติแล้ว และจากการตรวจสอบล่าสุดพบว่าสารดังกล่าวคือโซเดียมเปอร์ซัลเฟต อยู่ในกลุ่ม 5.1 เป็นสารฟอกขาว ใช้ในขบวนการฆ่าเชื้อ โดยสารรั่วจากตู้คอนเทนเนอร์ ของบริษัท YAMAHATSU (THAILAND) การรั่วไหลคาดว่าจะเกิดจากหีบห่อบรรจุ ขณะนี้ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อยแล้ว

นายสุเมธา วิเชียรเพชร ผู้อำนวยการส่วนปฏิบัติการฉุกเฉินและฟื้นฟู กรมควบคุมมลพิษ เผยว่า สารโซเดียมเปอร์ซัลเฟต ลักษณะเป็นผง เป็นส่วนผสมของสารฟอกย้อมสีผม นำเข้าจากเยอรมนีเต็มตู้คอนเทนเนอร์ ส่วนสาเหตุการรั่วไหลเกิดจากการถุงบรรจุแตกและผงตกลงไปบนพื้นไม้ของตู้คอนเทนเนอร์ สารนี้มีคุณสมบัติพิเศษคือ พอออกมานอกถุงถ้าทำปฏิกิริยากับความชื้น จะกลายเป็นกรดเมื่อโดนไม้ที่มีความชื้นสูง จะเกิดการลุกไหม้และลุกลามไหม้ถุงพลาสติกจนกลุ่มควันกระจายคลุ้งไปทั่ว การดับทำได้ยากเพราะโดนน้ำไม่ได้ และเมื่อเปิดตู้ออกมามีกลิ่นเหม็นเหมือนไข่เน่า

ด้าน นพ.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สารโซเดียมเปอร์ซัลเฟตนี้ไม่สะสมในร่างกาย ประชาชนที่สูดดมควันพิษเข้าไปแล้วไม่ต้องตกใจ สารนี้สามารถขับออกจากร่างกายได้เอง ในการดูแลเบื้องต้น หากสารถูกผิวหนังให้ล้างออกด้วยน้ำมากๆ และถอดเสื้อผ้าที่เปื้อนออกทันที หากสารนี้เข้าตาให้ล้างด้วยน้ำสะอาด โดยลืมตากว้างในน้ำแล้วนำส่งโรงพยาบาล

จากนั้นเวลา 14.00 น. นายมานิต นพอมรบดี รมช.สาธารณสุข พร้อมด้วยนายเสนีย์ จิตตเกษม ผวจ.ชลบุรี เดินทางลงพื้นที่แหลมฉบังตรวจเยี่ยมชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ ปรากฏว่ามีชาวบ้านส่วนหนึ่งรวมตัวกันต่อว่า ผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ไม่ยอมบอกเรื่องสารพิษรั่วไหล จนชาวบ้านได้รับผลกระทบต่อร่างกายจำนวนมาก และระหว่างที่มีการพูดคุยกับนายมานิต มีชาวบ้านสูงอายุคนหนึ่งชักล้มลงต่อหน้าจนต้องนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน

ล่าสุดค่ำวันเดียวกัน ทางจังหวัดชลบุรีกำหนดให้จุดเกิดเหตุและพื้นที่โดยรอบเป็นพื้นที่อันตราย พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านแหลมฉบังทั้งหมดไปพักชั่วคราว ที่ศาลาประชาคมอ่าวอุดม ใกล้กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาตร์ วิทยาเขตศรีราชา พร้อมตั้งกองอำนวยการศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยเพื่อให้การช่วยเหลือต่อไป

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีสารเคมีรั่วที่นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จ.ชลบุรี ว่า การช่วยเหลือนั้นก็ดำเนินการอยู่ แต่เท่าที่ทราบจากรายงานล่าสุดนั้น มีประชาชนเสียชีวิตโดยตนได้สั่งให้ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร


อ่าน 1838 ส่งต่อให้เพื่อน Pintting


 8 ผักสวนครัวมากประโยชน์
 น้ำผลไม้นี้…ช่วยเสริมความจำได้
 คุ้มครองสุขภาพของลูก ได้ด้วยประกันสุขภาพ
 อุบัติเหตุที่พบบ่อยในเด็กวัย 1-3 ปี
 เทรนเกาหลีแรง เตือนสาวอยากผอมกินยาลดอ้วน"พิงค์เลดี้-บอดี้บาลานซ์-แอล คานีทีน"เสี่ยงอันตราย

 


มูลนิธิกระจกเงา เลขที่ 191 ซอยวิภาวดี 62 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่
กรุงเทพมหานคร 10210 [ดูแผนที่]
โทรศัพท์ 02-973-2236-7 ต่อ 1606 โทรสาร 02-973-2237 ต่อ 1090 E-mail: info@happyhospital.org
Copyright@2006 www.happyhospital.org