อาสาสมัครไม่ใช่แค่การ ”ให้” แต่เป็นการได้ “รับ” ที่มากกว่าการได้ให้ 


นิยามสร้างสุขของคุณ

ชื่อ


  •  เพราะว่าอยากช่วยจร้า (นก)
  •  อยากอาสาบ้าง (นก)
  •  สร้างให้เขาสุข เราก็อิ่มสุข (ปานปั้น)
  •    ปวดเข่าเป็นๆหายๆ สัญญาณเตือน โรคข้อเข่าเสื่อม ปัญหาสุขภาพอันดับต้นๆของผู้สูงอายุ  
       เคล็ด(ไม่)ลับ สร้างสุขเด็กไทย  
       วินิจฉัย โรคออทิสติก ด้วยวิธีใหม่ เพื่อช่วยในการรักษาและป้องกันโรคนี้  

       การเตรียมตัวลงพื้นที่  
       ว่าด้วยเรื่องอาสาสมัครในโรงพยาบาล  
       คุณสมบัติอาสาสมัครในโรงพยาบาล 

       "4 วิธีให้ลูกเลิกติดแท็บเล็ต มือถือ"  
       "5 สิ่ง ที่คุณพ่อควรทำ" 
       ห่วง“ผู้สูงวัย”เกือบครึ่งใช้ยาผิด 


    "4 วิธีให้ลูกเลิกติดแท็บเล็ต มือถือ"

     




    หากลูกวัย 7 ขวบ ร้องที่จะเล่นเกม หรือดูการ์ตูนในแท็บเล็ต/สมาร์ทโฟนของคุณพ่อคุณแม่อยู่ตลอดเวลา หากลูกวัย 10 - 12 ขวบ สายตาจดจ้องอยู่กับแท็บเล็ต/สมาร์ทโฟน ที่อยู่ในมือได้เป็นวัน ๆ โดยที่ไม่สนใจจะทำกิจกรรมอื่นเลย นั่นแสดงว่า ลูกของคุณกำลังเสพติดการเล่นแท็บเล็ต/สมาร์ทโฟนเข้าแล้ว คุณพ่อคุณแม่จะหยุดและแยกลูกจากเครื่องมือสื่อสารดังกล่าวนี้ได้อย่างไร เราลองมาดูกันนะคะ
           
    สัญญาณเตือนว่าลูกเสพติดแท็บเล็ต/สมาร์ทโฟน คือ

           
    1. เริ่มดื้อร้องไห้งอแงเมื่อถึงเวลาที่ต้องทำกิจกรรมอื่น ๆ
           
    2. ไม่อยากไปโรงเรียนแต่ต้องการอยู่บ้านเพื่อเล่นแท็บเล็ต หรือขอเอาแท็บเล็ต/สมาร์ทโฟนติดไปโรงเรียนด้วย
           
    3. ไม่สามารถจะนั่งนิ่ง ๆ เมื่อเวลาออกไปรับประทานอาหารนอกบ้าน โดยขอมีแท็บเล็ต/สมาร์ทโฟนเป็นตัวช่วยวางไว้ตรงหน้าเสมอ นั่นคือ สัญญาณเริ่มต้นที่บอกให้รู้ว่าลูกของเราติดแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนแล้ว


    ซึ่งในยุคปัจจุบันนี้มีผู้ปกครองมากมายที่มักใช้แท็บเล็ต/สมาร์ทโฟน เป็นเสมือนพี่เลี้ยงเด็กโดยการเอามันใส่ไว้ในมือของลูกเมื่อไปที่ร้านอาหารหรือเมื่อคุณพ่อคุณแม่กำลังยุ่งและไม่ต้องการให้ลูกมารบกวน

           
    วันนี้ผู้เขียนขอนำเสนอเทคนิคการแยกลูกออกจากเครื่องมือสื่อสารดังกล่าว ดังนี้

           
    1. เป็นแบบอย่างที่ดี เด็กเรียนรู้จากการมองดูมากกว่าการพูด ดังนั้น การปฏิบัติตัวเป็นแบบอย่างที่ดีของคุณพ่อคุณแม่จะทำให้ลูกซึมซับพฤติกรรมเหล่านั้น เมื่อลูกเห็นตัวอย่างว่าคุณพ่อคุณแม่ใช้เวลาในการอ่านหนังสือ หรือทำกิจกรรมอื่น ๆ ที่มีประโยชน์มากกว่าการเล่นแท็บเล็ต/สมาร์ทโฟนตลอดทั้งวัน ลูกก็จะเลียนแบบและทำตาม ดังนั้นในทุกช่วงเวลาของครอบครัวคุณพ่อคุณแม่ควรกำจัดเครื่องมือสื่อสารออกไปและใช้เวลาพูดคุยทำกิจกรรมร่วมกับลูกจะดีกว่า
           
    2. ทำกิจกรรมร่วมกับลูก ส่งเสริมให้ลูกได้ร่วมทำกิจกรรมกับโรงเรียน เช่น การเล่นกีฬา การเข้าร่วมวงดนตรี การเข้าร่วมชมรมศิลปะ ซึ่งนอกจากจะเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์แล้วก็ยังดีและมีคุณค่ากว่าการปล่อยให้ลูกใช้เวลาจมอยู่กับเล่นแท็บเล็ต/สมาร์ทโฟนทั้งวันโดยไม่ได้อะไรเลย
           
    3. ออกกฎของบ้านและกำหนดเวลาชัดเจน คุณพ่อคุณแม่เป็นผู้ดูแลบ้านและสร้างกฎระเบียบต่าง ๆ ภายในครอบครัว โดยควรมีกฎชัดเจนว่าทุกคนในครอบครัวจะไม่เล่นแท็บเล็ต/สมาร์ทโฟนตลอดเวลา โดยคุณพ่อคุณแม่ควรกำหนดเวลาว่าลูกสามารถเล่นแท็บเล็ต/สมาร์ทโฟนได้เวลาไหนและมากน้อยเท่าไหร่ ตัวอย่างเช่น ก่อนเวลาทานอาหารเย็นเราต้องเตือนลูกล่วงหน้าว่าจะถึงเวลาทานอาหารเย็นแล้วอีก 10 นาที ให้วางแท็บเล็ตลง การเตือนล่วงหน้าจะทำให้ลูกรู้จักการวางแผนและเรียนรู้การเคารพสิทธิส่วนบุคคลด้วย
           
    4. ทำรหัสผ่าน เครื่องคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และ สมาร์ทโฟน คุณพ่อคุณแม่ควรตั้งรหัสไว้เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้ลูกเข้าไปเล่นหรือดาวน์โหลดโปรแกรมต่าง ๆ ได้ตามอำเภอใจ
           
    นอกจากนี้ คุณพ่อคุณแม่ควรตั้งคอมพิวเตอร์ไว้ในที่ที่ทุกคนสามารถจะมองเห็นได้ เพื่อคุณพ่อคุณแม่จะทราบว่าลูกกำลังทำอะไรอยู่และสามารถจะกำหนดเวลาได้ว่าลูกควรจะเล่นเวลาใดและนานแค่ไหน
           
    แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การดูแลลูกโดยการทำกิจกรรมอื่น ๆ เช่น อ่านหนังสือนิทานด้วยกัน ทำอาหารด้วยกัน ปลูกต้นไม้/เลี้ยงสัตว์ด้วยกัน ออกไปท่องเที่ยวด้วยกัน ล้วนเป็นกิจกรรมที่เด็ก ๆ ชื่นชอบ อีกทั้งช่วยให้ลูกหยุดและลดการเล่นแท็บเล็ต/สมาร์ทโฟนได้อย่างไม่ยากเลย



    อ่าน 833 ส่งต่อให้เพื่อน Pintting


     ภัยขนมถุงทำลายสุขภาพลูกรัก
     สูตรล้างพิษ ในร่างกายด้วยตัวเอง
     เผยชื่อ สมุนไพร-ผักพื้นบ้านต้านโรคเบาหวานได้
     การป้องกันการแพร่กระจายโรคไข้เลือดออกและการสังเกตุอาการในเด็ก
     เลี้ยงลูกให้ดีและฉลาดสมวัย

     


    มูลนิธิกระจกเงา เลขที่ 191 ซอยวิภาวดี 62 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่
    กรุงเทพมหานคร 10210 [ดูแผนที่]
    โทรศัพท์ 02-973-2236-7 ต่อ 1606 โทรสาร 02-973-2237 ต่อ 1090 E-mail: info@happyhospital.org
    Copyright@2006 www.happyhospital.org