อาสาสมัครไม่ใช่แค่การ ”ให้” แต่เป็นการได้ “รับ” ที่มากกว่าการได้ให้ 


นิยามสร้างสุขของคุณ

ชื่อ


  •  เพราะว่าอยากช่วยจร้า (นก)
  •  อยากอาสาบ้าง (นก)
  •  สร้างให้เขาสุข เราก็อิ่มสุข (ปานปั้น)
  •    ปวดเข่าเป็นๆหายๆ สัญญาณเตือน โรคข้อเข่าเสื่อม ปัญหาสุขภาพอันดับต้นๆของผู้สูงอายุ  
       เคล็ด(ไม่)ลับ สร้างสุขเด็กไทย  
       วินิจฉัย โรคออทิสติก ด้วยวิธีใหม่ เพื่อช่วยในการรักษาและป้องกันโรคนี้  

       การเตรียมตัวลงพื้นที่  
       ว่าด้วยเรื่องอาสาสมัครในโรงพยาบาล  
       คุณสมบัติอาสาสมัครในโรงพยาบาล 

       "4 วิธีให้ลูกเลิกติดแท็บเล็ต มือถือ"  
       "5 สิ่ง ที่คุณพ่อควรทำ" 
       ห่วง“ผู้สูงวัย”เกือบครึ่งใช้ยาผิด 


    ไขข้อข้องใจ ฉีดVSไม่ฉีด วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก

     

    ไขข้อข้องใจ ฉีดVSไม่ฉีด วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก

    ไขข้อข้องใจ ฉีดVSไม่ฉีด วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก

    ทุก วันนี้โรคที่เป็นภัยเงียบสำหรับผู้หญิงอย่างเรา ๆ เกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะโรคมะเร็งปากมดลูก แม้ในปัจจุบันจะมีวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก แต่ก็ยังมีคนจำนวนมากที่ยังมีข้อสงสัยว่าฉีดหรือไม่ฉีดดี จำเป็นหรือไม่ และจะมีผลอย่างไรหากไม่ฉีดวัคซีน เราหาคำตอบมาให้แล้วคะ

    รู้จักวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก

    วัคซีน นี้ผลิตจากโปรตีนที่เปลือกหุ้มเชื้อไวรัสซึ่งไม่ใช่โปรตีนที่ทำให้เกิด มะเร็ง ดังนั้น การฉีดวัคซีนจึงปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดโรคจากการฉีดวัคซีน ในวัคซีนจะมีการใส่สารเสริมการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน เพื่อให้ระดับภูมิคุ้มกันสูงและอยู่ในกระแสเลือดได้นาน

    จะต้องฉีดทั้งหมดกี่เข็ม

    ตาม คำแนะนำของคุณหมอผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ฉีดสามเข็มคือ เข็มที่สองและเข็มที่สามห่างจากเข็มแรก สองและสี่เดือนตามลำดับ ทั้งนี้เพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิได้เต็มที่เพื่อป้องกันการติดเชื้อ HPV

    ครั้งที่1 ให้ฉีดตามที่กำหนด

    ครั้งที่2 ห่างจากครั้งแรก 1-2 เดือน

    ครั้งที่3 ห่างจากเข็มแรกประมาณ 6 เดือน

    ปัจจุบัน นี้วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก มี 2 ชนิด คือ Quadrivalent vaccine (ชนิดไวรัส 4 สายพันธุ์ คือ 6, 11, 16 และ 18) และ Bivalent vaccine (ชนิดไวรัส 2 สายพันธุ์ คือ 16 และ 18) สำหรับการเลือกวัคซีนเพื่อป้องกันมะเร็งปากมดลูกสามารถเลือกใช้ได้ทั้งสอง ชนิด ซึ่งประสิทธิภาพของวัคซีนจะช่วยป้องกันการติดเชื้อ HPV สายพันธุ์ 16 และ18 ได้ประมาณร้อยละ 90-100 ในผู้ที่ยังไม่เคยติดเชื้อมาก่อน สำหรับผู้ที่มีการติดเชื้อแล้ววัคซีนไม่สามารถช่วยป้องกันการเกิดโรคได้

    วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกอันตรายหรือ

    ไม่ปัจจุบัน มีการฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกไปแล้วประมาณ 16 ล้านเข็ม มักจะมีอาการเจ็บบริเวณที่ฉีดเล็กน้อย ไข้ต่ำ ๆ เหมือนคนเป็นหวัด เวียนศีรษะเล็กน้อย ผลข้างเคียงรุนแรงพบได้น้อย

    ไขข้อข้องใจ ฉีดVSไม่ฉีด วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก

    พญ.สุนีย์ ศักดิ์ศรี ผู้เชี่ยวชาญด้านสูตินรีเวช โรงพยาบาลวิภาวดี ให้คำตอบเพื่อไขข้อข้องใจเกี่ยวกับการฉีดมะเร็งปากมดลูก ดังนี้

    1. วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกสามารถฉีดได้ตั้งแต่อายุเท่าไร

    คำ ตอบ การฉีดวัคซีน HPV จะได้ประโยชน์สูงที่สุดถ้าฉีดก่อนที่จะติดเชื้อ HPV หรือก่อนมีเพศสัมพันธ์ เพราะการติดเชื้อ HPV ส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายที่มีเชื้อ HPV อยู่ ซึ่งผู้ชายจะไม่มีอาการผิดปกติ การฉีดวัคซีน HPV สามารถฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9 ปีขึ้นไป ในต่างประเทศจะแนะนำให้ฉีดวัคซีนในช่วงอายุ 12-14 ปี ด้วยเหตุผล 3 ประการ คือ 1. ส่วนใหญ่ยังไม่มีเพศสัมพันธ์ 2. ยังไม่ติดเชื้อ HPV และ3. วัคซีนสามารถกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันได้สูงกว่าในผู้ใหญ่

    2. ยังไม่มีแฟนจำเป็นต้องฉีดวัคซีนวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกหรือไม่

    คำ ตอบ การฉีดวัคซีนตั้งแต่ยังไม่มีเพศสัมพันธ์หรือยังไม่มีการติดเชื้อ จะได้ประโยชน์มากกว่า ข้อมูลทางการแพทย์ล่าสุด พบว่า วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกบางชนิดสามารถป้องกันได้มากกว่า 90 % ในผู้หญิงที่ยังไม่เคยติดเชื้อและฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกตั้งแต่ อายุยังน้อย จะทำให้มีภูมิคุ้มกันสูงกว่าและอยู่ได้นานกว่าฉีดตอนที่อายุมากขึ้น ดังนั้น การฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกตั้งแต่อายุยังน้อยและยังไม่เคยมีเพศ สัมพันธ์เป็นการป้องกันที่ดีที่สุด

    3. ก่อนฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกต้องตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกก่อนหรือไม่

    คำ ตอบ สามารถฉีดได้เลยค่ะ ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องตรวจภายในเพื่อหาเซลล์มะเร็งปากมดลูกก่อน เพราะการฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกเป็นการป้องกันการติดเชื้อในอนาคต ส่วนการตรวจภายในเป็นการหาเซลล์ที่ผิดปกติที่เกิดจากการติดเชื้อมาก่อน แต่ถ้าได้ทำควบคู่กันไปก็จะดีที่สุดค่ะ

    4. หากเคยมีเพศสัมพันธ์แล้วก็ไม่จำเป็นต้องฉีดป้องกันมะเร็งปากมดลูกใช่หรือไม่

    คำ ตอบ เป็นการเข้าใจผิดมากที่สุด เพราะเชื้อ HPV ที่ทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูกมีหลายสายพันธุ์ ที่พบได้บ่อย คือ สายพันธุ์ 16 และ 18 วัคซีนบางชนิดมีการเสริมสารกระตุ้นภูมิคุ้มกันทำให้สามารถป้องกันเชื้อ HPV สายพันธุ์ก่อมะเร็งอื่น แม้เราจะมีเพศสัมพันธ์แล้ว ก็อาจจะยังไม่เคยติดเชื้อ HPV หรือหากติดเชื้อมาแล้วก็ยังได้ประโยชน์จากวัคซีนจากวัคซีนเนื่องจากยัง สามารถป้องกันสายพันธุ์อื่นที่ยังไม่เคยติดได้

    5. ถ้าตั้งครรภ์สามารถฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้หรือไม่

    คำ ตอบ ไม่แนะนำให้ฉีดวัคซีนในขณะตั้งครรภ์ ผู้หญิงที่อยู่ระหว่างการฉีดวัคซีน HPV ให้ครบ 3 เข็ม ควรคุมกำเนิดไว้ก่อนจนถึงหลังฉีดเข็มที่ 3 ไปนานอย่างน้อย 1 เดือน หากพบว่าตั้งครรภ์ขณะกำลังได้รับวัคซีนแต่ยังฉีดไม่ครบ ให้ฉีดวัคซีนเข็มที่เหลือต่อในช่วงหลังคลอด

    6. ฉีดแล้วไม่ต้องมาตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอีกใช่ไหม

    คำ ตอบ การฉีดวัคซีน HPV ไม่สามารถใช้ทดแทนการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกได้ทั้งหมด ดังนั้น ถึงแม้ว่าจะฉีดวัคซีนแล้วก็ยังต้องมารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอยู่ ตามที่หมอนัด ทั้งนี้เพื่อตรวจหาความผิดปกติที่อาจจะเกิดจากเชื้อ HPV สายพันธุ์อื่นที่ไม่ได้มีอยู่ในวัคซีน การฉีดวัคซีน HPV ควบคู่กับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอย่างสม่ำเสมอจะทำให้การป้องกัน มะเร็งปากมดลูกมีประสิทธิภาพสูงมากขึ้นไปอีก

    7. วัคซีนนี้จะป้องกันมะเร็งได้ทุกชนิดหรือไม่

    คำ ตอบ เนื่องจากวัคซีนนี้ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อ HPV ได้ทุกชนิด ดังนั้น จึงไม่สามารถป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ทั้งหมด คือ จะป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ประมาณ 70% และไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

    8. ถ้าไม่ได้ฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกจะดูแลตนเองอย่างไร

    คำ ตอบ ไม่เป็นไรถึงแม้ไม่ได้ฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกเพราะโรคมะเร็งปาก มดลูกมีวิธีตรวจคัดกรองโรคมะเร็งที่มีประสิทธิภาพ ผู้หญิงทุกคนจึงควรปรึกษาสูตินรีแพทย์ โดยเริ่มเมื่ออายุ 21 ปีหรือหลังมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกแล้วอย่างน้อย 3 ปีขึ้น หลังจากนั้นความถี่ในการตรวจคัดกรองฯขึ้นกับคำแนะนำของคุณหมอ นอกจากนั้น การติดเชื้อไวรัสเอชพีวีเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ดังนั้น การให้ฝ่ายชายใช้ถุงยางอนามัยชายในการมีเพศสัมพันธ์ จึงเป็นอีกวิธีลดโอกาสติดเชื้อต่าง ๆ ทางเพศสัมพันธ์ รวมทั้งการติดเชื้อไวรัสเอชพีวีและไวรัสเอชไอวี/HIV (โรคเอดส์) ด้วย

    คุณ หมอไขข้อข้องใจเกี่ยวกับวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกกันไปแล้วนะคะ อย่างน้อยก็เป็นข้อมูลเพื่อนำไปพิจารณาว่าควรไปฉีดหรือไม่หรือตัวเราเองมี ความเสี่ยงมากน้อยเพียงใด ทางที่ดีควรปรึกษาสูตินรีแพทย์เพื่อขอคำแนะนำวิธีที่เหมาะสมจะดีที่สุดค่ะ






    ที่มา : TheAsianParent Thailand


    เครดิต : www.teenee.com

    อ่าน 283 ส่งต่อให้เพื่อน Pintting


     แม่ความดันสูงส่งผลเสียต่อลูกตลอดชีวิต!
     แนะศูนย์เด็กเล็ก ป้องกันโรคมือเท้าปาก
     8 วิธี ชะลออาการหลงลืม
      ภาวะสมองเสื่อม..กับไข่ไก่
     หลอดเลือดตีบตัน

     


    มูลนิธิกระจกเงา เลขที่ 191 ซอยวิภาวดี 62 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่
    กรุงเทพมหานคร 10210 [ดูแผนที่]
    โทรศัพท์ 02-973-2236-7 ต่อ 1606 โทรสาร 02-973-2237 ต่อ 1090 E-mail: info@happyhospital.org
    Copyright@2006 www.happyhospital.org