อาสาสมัครไม่ใช่แค่การ ”ให้” แต่เป็นการได้ “รับ” ที่มากกว่าการได้ให้ 


นิยามสร้างสุขของคุณ

ชื่อ


  •  เพราะว่าอยากช่วยจร้า (นก)
  •  อยากอาสาบ้าง (นก)
  •  สร้างให้เขาสุข เราก็อิ่มสุข (ปานปั้น)
  •    ปวดเข่าเป็นๆหายๆ สัญญาณเตือน โรคข้อเข่าเสื่อม ปัญหาสุขภาพอันดับต้นๆของผู้สูงอายุ  
       เคล็ด(ไม่)ลับ สร้างสุขเด็กไทย  
       วินิจฉัย โรคออทิสติก ด้วยวิธีใหม่ เพื่อช่วยในการรักษาและป้องกันโรคนี้  

       การเตรียมตัวลงพื้นที่  
       ว่าด้วยเรื่องอาสาสมัครในโรงพยาบาล  
       คุณสมบัติอาสาสมัครในโรงพยาบาล 

       "4 วิธีให้ลูกเลิกติดแท็บเล็ต มือถือ"  
       "5 สิ่ง ที่คุณพ่อควรทำ" 
       ห่วง“ผู้สูงวัย”เกือบครึ่งใช้ยาผิด 


    “โรคซีด” ในบุคคล 3 วัย

     

    “โรคซีด” ในบุคคล 3 วัย

    โลหิตจาง หรือ ภาวะเลือดจาง หรือ ที่คนทั่วไปมักเรียกว่า "ซีด" (Anemia or Anaemia) ภาวะนี้ไม่ใช่โรคแต่เป็นอาการของโรคต่างๆ มากมาย ซึ่งอาการซีดสามารถพบได้ทุกช่วงอายุตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึงผู้สูงวัย
    อาการ “โรคซีด” ในบุคคล 3 วัย   thaihealth

    พ.ญ.ชมมณี ทองนุ้ย ผู้เชี่ยวชาญด้านโลหิตวิทยาจากสมาคมแพทย์สตรีแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ ให้ความรู้ว่า โลหิตจาง หรือ ภาวะเลือดจาง หรือ ที่คนทั่วไปมักเรียกว่า "ซีด" (Anemia or Anaemia) ภาวะ นี้ไม่ใช่โรคแต่เป็นอาการของโรคต่างๆ มากมาย ซึ่งอาการซีดสามารถพบได้ทุกช่วงอายุตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึงผู้สูงวัย พบได้ใกล้เคียงกันทั้งในเพศชายและหญิง และในประเทศไทยพบได้บ่อยถึงร้อยละ 30-50 ขึ้นอยู่กับภูมิภาค เช่นในภาคอีสาน มักมีประชากรเป็นโรคโลหิตจางที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมธาลัสซีเมีย หรือในภาคใต้ซึ่งเป็นถิ่นพยาธิปากขอ อันเป็นสาเหตุอย่างหนึ่งของการเกิดโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก เป็นต้น

    ปัจจุบันนี้คนยุคใหม่หันมาใส่ใจในการดูแลสุขภาพมาก ยิ่งขึ้น และด้วยการพัฒนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ทำให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลความรู้ทางด้านสุขภาพได้ไม่ยาก จึงมีการตรวจสุขภาพประจำปี ทั้งการตรวจร่างกาย เอกซเรย์ และการตรวจเลือด ในกลุ่มบุคคลที่ยังไม่มีอาการแสดงของโรคมากขึ้น และมีคนจำนวนไม่น้อยที่มีคำถามชวนสงสัยในใจว่าทำไมผลตรวจสุขภาพถึงแจ้งว่ามี ภาวะซีด หรือเม็ดเลือดแดงผิดปกติ ทั้งๆ ที่เราเองก็แข็งแรงดี หรือทำไมเราจึงอ่อนเพลีย เหนื่อยง่ายทั้งที่อายุยังน้อย หรือทำไมจึงมีคนทักว่าซีด ทั้งที่เราก็เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่เกิดและออกกำลังกาย ทำงานได้ปกติ จึงเป็นที่มาของคำถามที่น่าสนใจใคร่รู้ ที่แพทย์อายุรศาสตร์โรคเลือด ขอให้ข้อมูลอย่างง่ายต่อการเข้าใจของบุคคลทั่วไปดังนี้นะคะ

    "ซีด" คืออะไร

    ในที่นี้หมอขอตัดประเด็นผิวขาวซีดไม่อมชมพูตามเทรนด์ หนุ่มสาวสมัยใหม่ออกไป "ซีด" คือ ภาวะที่เลือดในร่างกายของเรามีจำนวนเม็ดเลือดแดงน้อยกว่าปกติ ในเลือดของคนเราจะประกอบไปด้วยเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว เกล็ดเลือด ซึ่งทั้งสามส่วนนี้สร้างขึ้นมาจากไขกระดูก และน้ำเลือดหรือซีรั่ม เม็ดเลือดแดงที่ปกติเมื่อถูกสร้างจากในไขกระดูกแล้วจะออกมาอยู่ในกระแสเลือด และมีอายุ 120 วัน จากนั้นก็จะถูกม้ามทำลายไปเมื่อหมดอายุ ในเม็ดเลือดแดงของเราจะประกอบไปด้วยโปรตีนสำคัญชนิดหนึ่ง ชื่อว่า ฮีโมโกลบิน ที่มีธาตุเหล็กจับอยู่ด้วยและทำให้เม็ดเลือดมีสีแดง เจ้าโปรตีนฮีโมโกลบิน นี้ มีหน้าที่ นำออกซิเจนจากปอดไปยังอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกายและนำคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งถือเป็นของเสียจากการทำงานของอวัยวะ ต่างๆ กลับมาที่ปอดเพื่อขจัดออกนอกร่างกาย ทำให้เราสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างปกติ

    ในการวินิจฉัยภาวะโลหิตจางนั้น ในทางปฏิบัติจะใช้การเจาะเลือดเพื่อตรวจวัดระดับ ฮีโมโกลบินหรือ ค่าความเข้มข้นเลือดแดง (ฮีมาโตคริท) ซึ่งค่าปกตินั้นจะขึ้นกับ อายุ และเพศ ตามคำจำกัดความขององค์การอนามัยโลก หากมีค่าน้อยกว่านี้ ก็วินิจฉัยว่าเป็นภาวะโลหิตจาง ดังแสดงตามตาราง

    อายุ/เพศ

    ฮีโมโกลบิน

    (กรัม/เดซิลิตร)

    ฮีมาโตคริท

    (เปอร์เซ็นต์)

    แรกเกิด

    17

    52

    เด็ก

    12

    36

    วัยรุ่น

    13

    40

    ผู้ใหญ่ชาย

    16 (±2)

    47 (±6)

    ผู้ใหญ่หญิง (มีประจำเดือน)

    13 (±2)

    40 (±6)

    ผู้ใหญ่หญิง (หมดประจำเดือน)

    14 (±2)

    42 (±6)

    ผู้หญิงตั้งครรภ์

    12 (±2)

    37 (±6)

    "ซีด" มีอาการอย่างไร

    ด้วยแต่ละเพศและแต่ละช่วงวัย จะมีค่าปกติของปริมาณเม็ดเลือดแดงแตกต่างกันออกไป อาการที่แสดงออกจึงแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของภาวะโลหิตจาง ระยะเวลาที่เกิดเลือดจาง อายุ ภาวะพื้นฐานของหัวใจ และสาเหตุที่ทำให้ซีด ในส่วนแรกนี้ขอพูดถึงอาการโดยรวมของภาวะซีด ยังไม่จำเพาะเจาะจงในรายละเอียดของอาการต่างๆ ซึ่งจะบ่งบอกถึงสาเหตุที่ซีดได้ต่อไป โดยอาจเริ่มจากไม่มีอาการใดๆ เลย มีเพียงผลการเจาะเลือดพบว่าปริมาณเม็ดเลือดแดงต่ำกว่าค่าปกติของช่วงอายุและ เพศนั้นๆ หรืออาจอ่อนเพลียง่ายกว่าปกติ เมื่อซีดมากขึ้นอาจมีผิว เยื่อบุตาและในช่องปาก ขาวซีดหรือเหลืองซีด หากอาการซีดรุนแรงมาก ก็จะเหนื่อยง่าย ใจสั่น หัวใจเต้นเร็วตอนออกแรง จนอาจถึงขั้นทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวได้ หรือหากเป็นโลหิตจางเรื้อรังในเด็ก ก็จะส่งผลต่อการเจริญเติบโตช้าและสติปัญญาด้อยกว่าเกณฑ์ได้

     ที่มา:www.thaihealth.or.th/สสส


    อ่าน 344 ส่งต่อให้เพื่อน Pintting


     พฤติกรรมต้องเปลี่ยน ถ้าไม่อยากเพลียแต่เช้า
     อีสุกอีใส กับความเชื่อมากมายที่เข้าใจผิดกันมานาน
     ลูกของฉันเป็นโรคสมาธิสั้น(ADHD)หรือไม่?
     เกลือไม่ดีตรงไหน ทำไมกินเยอะไม่ได้?
     11 กิจกรรมดี ๆ ช่วงปิดเทอม

     


    มูลนิธิกระจกเงา เลขที่ 191 ซอยวิภาวดี 62 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่
    กรุงเทพมหานคร 10210 [ดูแผนที่]
    โทรศัพท์ 02-973-2236-7 ต่อ 1606 โทรสาร 02-973-2237 ต่อ 1090 E-mail: info@happyhospital.org
    Copyright@2006 www.happyhospital.org