อาสาสมัครไม่ใช่แค่การ ”ให้” แต่เป็นการได้ “รับ” ที่มากกว่าการได้ให้ 


Warning: include(niyam/input.php) [function.include]: failed to open stream: No such file or directory in /home/happy/domains/happyhospital.org/public_html/menu_left_new.php on line 60

Warning: include(niyam/input.php) [function.include]: failed to open stream: No such file or directory in /home/happy/domains/happyhospital.org/public_html/menu_left_new.php on line 60

Warning: include() [function.include]: Failed opening 'niyam/input.php' for inclusion (include_path='.:/usr/local/lib/php') in /home/happy/domains/happyhospital.org/public_html/menu_left_new.php on line 60

   ปวดเข่าเป็นๆหายๆ สัญญาณเตือน โรคข้อเข่าเสื่อม ปัญหาสุขภาพอันดับต้นๆของผู้สูงอายุ  
   เคล็ด(ไม่)ลับ สร้างสุขเด็กไทย  
   วินิจฉัย โรคออทิสติก ด้วยวิธีใหม่ เพื่อช่วยในการรักษาและป้องกันโรคนี้  

   การเตรียมตัวลงพื้นที่  
   ว่าด้วยเรื่องอาสาสมัครในโรงพยาบาล  
   คุณสมบัติอาสาสมัครในโรงพยาบาล 

   "4 วิธีให้ลูกเลิกติดแท็บเล็ต มือถือ"  
   "5 สิ่ง ที่คุณพ่อควรทำ" 
   ห่วง“ผู้สูงวัย”เกือบครึ่งใช้ยาผิด 


“ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลาเล่น” ต้องเริ่มที่บ้าน

 

“ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลาเล่น” ต้องเริ่มที่บ้าน

ยิ่งเรียนมาก ผลการเรียนยิ่งตกต่ำ – นี่คือความจริงของการศึกษาไทย จนถึงขณะนี้ไม่มีใครปฏิเสธว่าเด็กไทยเรียนวิชาการกันหนักมาก ติดโผจำนวนชั่วโมงเรียนวิชาการอันดับต้น ๆ ของโลก แต่ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษากลับตกต่ำ จนมาอยู่ลำดับท้าย ๆ ของอาเซียน


“ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลาเล่น” ต้องเริ่มที่บ้าน thaihealth

กลายเป็นปัญหา ทางด้านการศึกษามาอย่างยาวนาน จนกระทั่งรัฐบาลล่าสุดต้องมีนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” จนกลายมาเป็นประเด็นว่าสามารถแก้ปัญหาการศึกษาเรื่องจำนวนชั่วโมงเรียนและผล สัมฤทธิ์ทางการศึกษาได้หรือไม่

เรื่องเด็กไทยเรียนวิชาการหนักแล้วส่งผลให้ประสบภาวะ ความเครียด โดยเฉพาะเรื่องการเรียนที่ใช้คะแนนและการสอบเป็นตัวชี้วัด ซึ่งไม่เพียงแค่สอบวัดผลในชั้นเรียน สอบระหว่างภาค สอบเข้ามหาวิทยาลัย แต่ยังลงไปถึงการสอบเข้าของเด็กชั้นอนุบาล ประถมศึกษา มัธยมศึกษาด้วย

ในขณะที่ครอบครัวไทยก็เน้นปลูกฝังเด็กที่การเรียนมาก ที่สุด อยากให้ลูกได้คะแนนดี ๆ พ่อแม่ทุกคนมักคาดหวังให้ลูกเรียนสูง ๆ สอบติดมหาวิทยาลัยดัง ๆ โดยเห็นว่าความรู้ที่ลูกได้จากรั้วโรงเรียนไม่เพียงพอ ระบบการศึกษาโรงเรียนไม่ได้ให้ความมั่นใจกับพ่อแม่และผู้คนในสังคม เมื่อพ่อแม่แทบทุกคนอยากให้ลูกเข้ามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง ย่อมอยากให้ลูกเรียนชั้นมัธยมศึกษาที่มีชื่อเสียงก่อน

 บางคนเริ่มตั้งแต่ระดับประถมศึกษาหรือระดับอนุบาล จึงมีพ่อแม่จำนวนมากส่งให้ลูกเรียนพิเศษกับโรงเรียนกวดวิชาดัง ๆ แม้จะแพงแสนแพงแต่ก็ยอมหาเงินมาให้ลูกเรียนพิเศษให้ได้ เพราะหวังว่าจะทำให้ลูกเรียนดี เรียกว่าระห่ำเรียนกวดวิชาตั้งแต่เล็กจนโต เรียนทั้งวันธรรมดาและวันหยุด หรือแม้กระทั่งช่วงปิดเทอม เด็ก ๆ ก็เรียนรู้ว่าต้องเรียน และต้องเรียน โดยมิได้สนใจว่าลูกจะเครียดหรือไม่

ที่หนักใจไปกว่านั้นก็คือการเรียนการสอนในบ้านเรายัง เป็นรูปแบบ “เรียนเพื่อสอบ” มากกว่า “เรียนเพื่อรู้” เชื่อหรือไม่เด็กไทยเรียนหนักมากที่สุดในโลก แต่ไม่สามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตจริงได้ ทั้งนี้ เนื่องจากระบบการศึกษาไม่ได้ตอบสนองต่อการนำความรู้ที่ได้ไปตอบโจทย์การทำ งานจริงในอนาคต แต่กลับเน้นการวัดผลคะแนนและการสอบเป็นหลักปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพราะ ระบบการศึกษาเท่านั้น แต่เกิดจากทัศนคติของคนเป็นพ่อแม่ด้วย ที่วัดความดีด้วยความเก่ง(ในการสอบ)ของลูก จนกลายเป็นสร้างความกดดันให้กับลูกทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว

ในขณะที่เวลาเด็กเล่น พ่อแม่กลับมองว่าเด็กไร้สาระ ใช้เวลาไม่เป็น ไม่ทำตัวให้มีประโยชน์ และก็ต้องให้ไปท่องหนังสือเรียนเท่านั้น ที่จริงแล้วเรื่องการเล่นเป็นเรื่องสำคัญของเด็กที่คนเป็นพ่อแม่ต้องใส่ใจ และให้ความสำคัญอย่างมาก เพราะรูปแบบการเล่นของลูก ส่งผลต่อการเติบโตของลูกทั้งชีวิตได้เลยทีเดียว เพราะประโยชน์ของการเล่น นอกเหนือจากความสนุก ความสุขแล้ว ถ้าเด็กได้เล่นเหมาะสมกับพัฒนาการตามวัยด้วยก็จะยิ่งช่วยเรื่องพัฒนาการทาง สมอง และได้เรียนรู้ทักษะชีวิตของลูกผ่านการเล่นด้วยและถ้าพ่อแม่มีส่วนต่อการเล่นของลูกด้วย ไม่ว่าจะอยู่ในวัยใดก็ตาม ลูกจะได้รับความรัก ความอบอุ่น และความมั่นคงทางจิตใจอีกต่างหาก

การเล่นเป็นธรรมชาติของเด็กและเป็นสิ่งสำคัญ มาก ประสบการณ์ที่ได้รับจากการเล่นจะช่วยพัฒนาศักยภาพของเด็กในด้านต่าง ๆ เพราะการเล่นจะทำให้เด็กได้พบกับการแก้ปัญหา การแบ่งปัน การอยู่ร่วมกันกับผู้อื่น รู้จักการเป็นผู้นำและส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ อีกทั้งยังช่วยให้เด็กได้ใช้พลังงานและจินตนาการอีกมากมาย

หรือแม้แต่ของเล่นก็มีมากมายหลากหลายชนิดที่จะทำให้ เด็กได้เรียนรู้ และค้นพบว่าจะเล่นวิธีไหน อย่างไร เล่นแล้วออกมาเป็นรูปแบบใด ทำให้เกิดการค้นพบสิ่งใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการเล่นจึงมีบทบาททำให้เด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความคิดสร้างสรรค์

แต่ของเล่นที่สำคัญที่สุดคือได้เล่นกับพ่อแม่ ค่านิยมที่เข้าใจว่า การเล่นเป็นเรื่องของเด็กเท่านั้น เป็นเรื่องที่ผิด เพราะผู้ใหญ่ก็สามารถเล่นได้ และการเล่นของผู้ใหญ่จะไปช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพให้กับลูกต่อไปได้ด้วย เพราะขณะที่กำลังเล่นกัน พ่อแม่สามารถสอดแทรกเรื่องราวดี ๆ ที่ต้องการปลูกฝังให้กับลูกได้มากมาย

การเล่นที่ดี และได้รับการกระตุ้นที่เหมาะสมจะช่วยกระตุ้นพัฒนาการและสมองของลูก รวมไปถึงการเสริมสร้างทักษะชีวิตให้กับเด็กได้อย่างรอบด้าน เป็นการเรียนรู้ชีวิตของตัวเด็กเอง ท่านอาจารย์ชัยอนันต์ สมุทวณิช เคยบัญญัติศัพท์การเรียนเพื่อความรู้ว่า “เพลิน” มาจากคำว่า Play + Learn

 ที่มา:www.thaihealth.or.th/สสส



อ่าน 575 ส่งต่อให้เพื่อน Pintting


 10 health tips
 ลีลาศบำบัดมะเร็งเต้านม
 แนะศูนย์เด็กเล็ก ป้องกันโรคมือเท้าปาก
 โรครังไข่มีถุงน้ำหลายใบ...รักษาอย่างไรดี
 5 เคล็ดลับดี ๆ ที่ช่วยให้คุณได้บอกลาอาการปวดหัว

 


มูลนิธิกระจกเงา เลขที่ 191 ซอยวิภาวดี 62 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่
กรุงเทพมหานคร 10210 [ดูแผนที่]
โทรศัพท์ 02-973-2236-7 ต่อ 1606 โทรสาร 02-973-2237 ต่อ 1090 E-mail: info@happyhospital.org
Copyright@2006 www.happyhospital.org