อาสาสมัครไม่ใช่แค่การ ”ให้” แต่เป็นการได้ “รับ” ที่มากกว่าการได้ให้ 


Warning: include(niyam/input.php) [function.include]: failed to open stream: No such file or directory in /home/happy/domains/happyhospital.org/public_html/menu_left_new.php on line 60

Warning: include(niyam/input.php) [function.include]: failed to open stream: No such file or directory in /home/happy/domains/happyhospital.org/public_html/menu_left_new.php on line 60

Warning: include() [function.include]: Failed opening 'niyam/input.php' for inclusion (include_path='.:/usr/local/lib/php') in /home/happy/domains/happyhospital.org/public_html/menu_left_new.php on line 60

   ปวดเข่าเป็นๆหายๆ สัญญาณเตือน โรคข้อเข่าเสื่อม ปัญหาสุขภาพอันดับต้นๆของผู้สูงอายุ  
   เคล็ด(ไม่)ลับ สร้างสุขเด็กไทย  
   วินิจฉัย โรคออทิสติก ด้วยวิธีใหม่ เพื่อช่วยในการรักษาและป้องกันโรคนี้  

   การเตรียมตัวลงพื้นที่  
   ว่าด้วยเรื่องอาสาสมัครในโรงพยาบาล  
   คุณสมบัติอาสาสมัครในโรงพยาบาล 

   "4 วิธีให้ลูกเลิกติดแท็บเล็ต มือถือ"  
   "5 สิ่ง ที่คุณพ่อควรทำ" 
   ห่วง“ผู้สูงวัย”เกือบครึ่งใช้ยาผิด 


ลูกติดจุกนมหลอก แก้อย่างไร

 
 

ลูกติดจุกนมหลอก (modernmom)
โดย นพ.พงษ์ศักดิ์ น้อยพยัคฆ์

          ลูกติดจุกนมหลอก อยากได้วิธีแก้ เพราะกลัวมีผลเสียต่อรูปปากและฟัน

          Q : ตอนนี้ลูกสาวอายุ 8 เดือนกว่าแล้ว ยังติดจุ๊บนม ทั้ง ๆ ที่ลูกกินแต่นมแม่อย่างเดียว ตอนที่ลูกอายุ 1 สัปดาห์ แกมักจะร้องไห้ตอนประมาณ 1-2 ทุ่มโดยไม่ทราบสาเหตุและเป็นแบบนี้ทุกวัน พอได้กินนมแม่อิ่มแล้วก็ไม่หลับไม่นอน แต่ละคืนจะหลับได้ก็ต้องดูดนมแห้งของคุณยายจนกว่าจะนอน เพราะคุณยายไม่มีน้ำนม ถ้าดูดนมแม่แกจะอาเจียนทุกครั้งเพราะล้นกระเพาะ ตอนนี้เลยติดหัวนมแล้วค่ะ คุณแม่กังวลและหนักใจมากอยากทราบถึงข้อดีและข้อเสียของการจุ๊บนม และถ้าจะเลิกต้องทำอย่างไร ควรเลิกตอนอายุเท่าไหร่ เคยได้ยินว่า ถ้าให้ลูกติดจุ๊บนมแล้วจะเลิกยาก แถมฟันและริมฝีปากก็จะไม่สวยด้วยจริงหรือเปล่า

          คุณแม่พิทยา/พัทลุง

          A : แม้จุกนมหลอกจะมีข้อดีอยู่บ้างแต่เมื่อติดแล้วอาจเลิกยาก จนทำให้เกิดผลเสียระยะยาวต่อโครงสร้างของฟัน ต้นเหตุของฟันไม่สวยอย่างที่คุณแม่เข้าใจ และยังมีปัญหาการบดเคี้ยวอาหารหรือการพูดตามมาในอนาคตได้ครับ โดยทั่วไปกุมารแพทย์ไม่แนะนำให้เด็ก ๆ ดูดจุกนมหลอกครับ เพื่อป้องกันข้อเสียที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

          และเราสามารถใช้วิธีอื่นที่ได้ผลไม่แพ้กันเพื่อหลีกเลี่ยงการติดจุกนมหลอกได้ครับ เช่น มีการศึกษาพบว่า การให้เด็กดูดจุกนมหลอก สามารถป้องกันการเกิดภาวะเสียชีวิตเฉียบพลันไม่ทราบสาเหตุ หรือที่เราเรียกว่า SIDS (sudden infant death syndrome) ได้ แม้จะยังไม่ทราบอย่างชัดเจนว่าจุกนมหลอกไปช่วยป้องกันการเกิด SIDS ได้อย่างไร แต่เราสามารถป้องกันการเกิด SIDS ได้ด้วยวิธีอื่นครับ เช่น ให้ลูกนอนหงายแทนนอนคว่ำ เลือกที่นอนหรือหมอนที่ไม่นุ่มเกินไป ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้เหมาะสม ไม่ให้มีผ้าห่มที่ไม่จำเป็นบนที่นอนของเด็ก

          นอกจากนั้นจุกนมหลอกยังอาจถูกใช้เป็นตัวแทนของคุณแม่หรือผู้เลี้ยงดูใกล้ชิดเพื่อลดอาการกังวลจากการแยกจาก เช่นเดียวกับ ผ้าห่ม ตุ๊กตา รวมทั้งเด็กบางคนอาจดูดจุกนมหลอกเพื่อกล่อมให้ตัวเองนอนหลับได้อีกด้วยครับ หากเด็กรับประทานนมแม่ไม่ควรเริ่มจุกนมหลอกก่อนอายุ 1 เดือน เพื่อไม่ให้เด็กสับสนกับการดูดนม ซึ่งรบกวนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ครับ

          ส่วนข้อเสียของการติดจุกนมก็อาจทำให้เกิดผลเสียต่อโครงสร้างของเหงือกและฟันจนผิดรูปร่างไปอย่างถาวร ซึ่งส่งผลต่อการสบฟันของเด็ก เมื่อมีปัญหาด้านการสบฟันก็จะทำให้มีผลต่อการบดเคี้ยวอาหาร เมื่อบดเคี้ยวอาหารได้ไม่ดี กระเพาะอาหารจะต้องทำงานหนักมากขึ้น ที่สำคัญร่างกายอาจได้รับสารอาหารจากอาหารที่รับประทานเข้าไปไม่เต็มที่เพราะการบดเคี้ยวช่วยให้สารอาหารส่วนหนึ่งถูกปลดปล่อยออกมาจากอาหารเพื่อให้ร่างกายดูดซึมไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายครับ

          ในเด็กที่ติดแล้วเมื่อต้องการให้เลิก คุณแม่ต้องสังเกตว่าลูกใช้จุกนมหลอกเพื่อวัตถุประสงค์อะไร เช่น เพื่อกล่อมตัวเองให้นอนหลับ ใช้เมื่อรู้สึกเบื่อหรือเหงา ใช้เมื่อรู้สึกวิตกกังวลหรือเครียด เพื่อจะได้วางแผนรับมือและช่วยเหลือได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมครับ

          เด็กที่ติดจุกนมเพราะต้องใช้กล่อมให้ตัวเองนอน มักดูดก่อนนอนถ้าไม่ดูดจะนอนไม่หลับ ต้องช่วยลูกอย่างนี้ครับ ให้เขาดูดเมื่อถึงเวลานอนพอลูกเริ่มเคลิ้ม ๆ ให้ค่อย ๆ ดึงจุกนมหลอกออก เพื่อให้เขาเข้าสู่วงจรการนอนขั้นต่อไปด้วยตัวของเขาเอง ถ้าดึงออกแล้วลูกตื่นขึ้นมาก็ไม่เป็นไรครับ ให้เขาดูดใหม่แล้วสังเกตใหม่แสดงว่าขณะที่เราดึงออกนั้นลูกยังรู้ตัวอยู่วงจรของการนอนยังไม่ลึกพอ ตรงนี้ต้องอาศัยทักษะการสังเกตและความนุ่มนวลของการดึงจุกนมออกเป็นสำคัญครับ ด้วยความที่วงจรการนอนของทุกคนจะหมุนเวียนไปเรื่อย ๆ จากหลับตื้นสู่หลับลึกแล้วหมุนขึ้นมาเป็นหลับตื้นตามด้วยรู้สึกตัวสะลึมสะลือเป็นอย่างนี้หลายรอบในระหว่างคืน

          ดังนั้นเมื่อลูกหลับไปแล้ว คุณแม่อาจวางจุกนมไว้ใกล้ ๆ ลูก เผื่อลูกตื่นขึ้นมาไขว่ขว้าไปดูดเองได้ในรอบการนอนรอบต่อ ๆ ไป เมื่อเขารู้สึกตัวว่า จุกนมไม่อยู่ในปาก จะได้ไม่ลำบากคุณแม่ต้องตื่นขึ้นมาหาจุกนมให้เขา เมื่อลูกหลับไปแล้วไม่ต้องกังวลครับ คุณแม่ก็นอนของคุณแม่ไป ฝึกเขาตอนก่อนเข้านอนก็พอครับ ที่สำคัญต้องอดทนครับ ฝึกไปเรื่อย ๆ ใช้เวลาหลายวันพอควร

          ส่วนเวลากลางวันคุณแม่อาจใช้วิธีเหมือนกับการติดจากสาเหตุอื่นครับ เช่น หากลูกต้องการจุกนมเพราะเหงา หรือกังวลกับสิ่งต่าง ๆ รอบตัว คุณแม่ลองหากิจกรรมที่ลูกสนใจทำร่วมกับลูกดูนะครับ วิธีนี้จะเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจได้ครับ

          การนอนในเวลากลางวันคุณแม่อาจใช้วิธีหลังนี้หรือวิธีเหมือนนอนกลางคืนก็ได้ ส่วนการติดนมคุณยายใช้วิธีแบบเดียวกันนี้ได้เลยครับ จะเลิกได้เร็วหรือช้าขึ้นกับว่าเขาต้องการจุกนมเพื่อวัตถุประสงค์อะไร ส่วนใหญ่ถ้าต้องการเพื่อเป็นตัวแทนของคุณแม่เหมือนตุ๊กตาเน่า ๆ ผ้าห่มเน่า ๆ โดยทั่วไปไม่เกิน 4 ขวบก็หายแล้วครับ ส่วนติดเพราะต้องกล่อมตัวเองให้นอนได้มักเลิกตอนกลางวันได้ก่อนกลางคืนครับ การดูดกลางวันมักหายไปก่อนเพราะพอไปโรงเรียนเด็กจะอายเพื่อนจนเลิกได้เอง แต่กลางคืนอาจติดไปอีกนานหากไม่ได้รับความช่วยเหลืออย่างเหมาะสมครับ ถ้าคุณแม่ตั้งใจอยากจะปรับเปลี่ยนต้องใช้ความหนักแน่น อดทน และสม่ำเสมอ

ที่มา www.kapook.com


อ่าน 951 ส่งต่อให้เพื่อน Pintting


 ยิ่งนอนดึก ยิ่งเร่งวันตาย
  วิธีเลือกใช้น้ำมันพืช
 NCDs โรคร้ายข้างกายที่เราสร้างเอง
 พทย์เตือน...ทำสีผมเสี่ยงต่อโรคมะเร็งหนังศีรษะ
 การทำงานหน้าจอนานๆ ระวังคอมพิวเตอร์จะเป็น แดร็กคูล่า "ดูด" เลือดคุณ

 


มูลนิธิกระจกเงา เลขที่ 191 ซอยวิภาวดี 62 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่
กรุงเทพมหานคร 10210 [ดูแผนที่]
โทรศัพท์ 02-973-2236-7 ต่อ 1606 โทรสาร 02-973-2237 ต่อ 1090 E-mail: info@happyhospital.org
Copyright@2006 www.happyhospital.org