อาสาสมัครไม่ใช่แค่การ ”ให้” แต่เป็นการได้ “รับ” ที่มากกว่าการได้ให้ 


Warning: include(niyam/input.php) [function.include]: failed to open stream: No such file or directory in /home/happy/domains/happyhospital.org/public_html/menu_left_new.php on line 60

Warning: include(niyam/input.php) [function.include]: failed to open stream: No such file or directory in /home/happy/domains/happyhospital.org/public_html/menu_left_new.php on line 60

Warning: include() [function.include]: Failed opening 'niyam/input.php' for inclusion (include_path='.:/usr/local/lib/php') in /home/happy/domains/happyhospital.org/public_html/menu_left_new.php on line 60

   ปวดเข่าเป็นๆหายๆ สัญญาณเตือน โรคข้อเข่าเสื่อม ปัญหาสุขภาพอันดับต้นๆของผู้สูงอายุ  
   เคล็ด(ไม่)ลับ สร้างสุขเด็กไทย  
   วินิจฉัย โรคออทิสติก ด้วยวิธีใหม่ เพื่อช่วยในการรักษาและป้องกันโรคนี้  

   การเตรียมตัวลงพื้นที่  
   ว่าด้วยเรื่องอาสาสมัครในโรงพยาบาล  
   คุณสมบัติอาสาสมัครในโรงพยาบาล 

   "4 วิธีให้ลูกเลิกติดแท็บเล็ต มือถือ"  
   "5 สิ่ง ที่คุณพ่อควรทำ" 
   ห่วง“ผู้สูงวัย”เกือบครึ่งใช้ยาผิด 


′วิน-วิน′ เจ้านาย-ลูกน้อง มีมุมนมแม่ในที่ทำงาน

 









ไม่มีใครเสียผลประโยชน์จริงๆ ไม่ว่าจะเป็น "เจ้านาย" หรือ "ลูกน้อง" หากสถานประกอบการมี "มุมนมแม่ในที่ทำงาน" แต่...ปัญหาคือ "สถานประกอบการ" ส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจและไม่เห็นความสำคัญของการมีมุมนมแม่ เพราะเชื่อว่าการมีมุมนมแม่เป็นเรื่องของการ "เสียผลประโยชน์"

ทั้งที่ "นมแม่" สร้างประโยชน์มากมายมหาศาล

พญ.ยุพยง แห่งเชาวนิช เลขาธิการมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย กล่าวในงานสัมมนา "สร้างงานดี ชีวีมีสุข ด้วยนมแม่" ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ ว่าการที่มารดาจะประสบความสำเร็จในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้นั้นมีหลายปัจจัยเกี่ยวข้อง หนึ่งในนั้นคือ "สถานที่ทำงาน" เป็นอีกปัจจัยสำคัญ ซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มมารดาที่ทำงานนอกบ้านเลี้ยงลูกด้วยนมแม่สำเร็จ

"การมีมุมนมแม่ในที่ทำงาน ทั้งผู้บริหารและพนักงานได้ประโยชน์ วิน-วินทั้งคู่ รวมถึงประเทศชาติก็ได้รับประโยชน์ด้วย

ซึ่งจากผลการวิจัยระบุว่า การลงทุนในเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึง 5 ขวบ ให้ผลตอบแทนทางสังคมถึง 8 เท่า เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่สมองเติบโตเร็วที่สุด ถ้าเราไม่ลงทุนตอนนี้ จะไปสร้างต่อตอนโตก็จะช้าไป นี่คือหลักการสำคัญที่เราให้ความสำคัญในเรื่องนี้"

หลังจากดำเนินโครงการมาตั้งแต่ปี 2550 ซึ่งขณะนี้มีสถานประกอบการหลายแห่งให้การ "ตอบรับ" และ "พึงพอใจ" แม้ผลสำเร็จของประเทศไทยจะยังไม่ได้วัดออกมาเป็นตัวเลขที่ชัดเจน พญ.ยุพยงขอยกตัวอย่างผลสำเร็จของอเมริกาที่มี "กฎหมายอนุญาตให้แม่นำลูกมาเลี้ยงในที่ทำงานได้"

"ผลลัพธ์เป็นที่น่าทึ่งมาก เพราะสถานประกอบการจะให้ความรู้ ตั้งแต่ตั้งครรภ์ไปจนถึงคลอด ปรากฏว่าสามารถลดอัตราคลอดที่ไม่พึงประสงค์ลงได้ จากร้อยละ 21 เหลือร้อยละ 6 และเมื่ออัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพิ่มขึ้น ทำให้สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้นานตั้งแต่ 6 เดือนถึง 1 ปี และร้อยละ 32 ของแม่กลับมาทำงานเร็วกว่ากำหนด ร้อยละ 86 แม่ลาหยุดงานน้อยลง โดยแม่ที่ไม่ได้ให้นมลูกจะลาหยุด 9 วันต่อปี แต่แม่ที่ให้นมลูกลาหยุด 3 วันต่อปี นอกจากนี้ยังช่วยให้แม่กังวลเรื่องครอบครัวน้อยลง และประหยัดค่าใช้จ่ายเดือนละ 4,000 บาท ที่สำคัญ แม่มีทัศนคติที่ดีต่อบริษัท ลดการลาออก และอยากจะทำงานบริษัทนี้ตลอดไป เพราะบริษัทได้ให้สิ่งที่มีค่าที่สุด คือ การดูแลลูกของเขา"

ขณะที่สุขภาพของแม่และลูกก็เป็นสิ่งที่เขาได้รับอย่างเต็มที่

"ผู้หญิงคนหนึ่งเมื่อมีลูกแล้ว เป็นวงจรที่ครบถ้วน คือ ตั้งครรภ์ คลอดลูก และให้ลูกกินนมแม่ มันถึงจะครบ เรียกว่าวงจรอนามัยเจริญพันธุ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับมนุษย์ ต่อให้เราไปฝืนกับธรรมชาติ เราก็สู้ธรรมชาติไม่ได้ ก็ต้องให้ไปตามกระบวนการ เมื่อธรรมชาติสร้างสรรค์มาดีแล้ว"

ซึ่งมุมนมแม่ไม่ได้ใช้อะไรมาก "ไม่เปลืองค่าใช้จ่าย" อีกทั้งมูลนิธิศูนย์นมแม่ฯ ยังให้การสนับสนุนเรื่อง "ความรู้" เชิงลึกด้านวิชาการและการแพทย์ สถานประกอบการเพียงแค่จัดสถานที่ที่เป็น "ส่วนตัว" ให้แม่สามารถบีบ เก็บ ตุนน้ำนมได้ในระหว่างปฏิบัติงาน เพื่อแม่จะได้นำน้ำนมกลับไปให้ลูกที่บ้านได้ เพราะถ้าไม่มีมุมนมแม่ แม่ก็ต้องบีบน้ำนมในห้องน้ำซึ่งไม่สะดวกและไม่สะอาดนัก

"สำคัญมากที่สุดคือการให้เวลาบีบน้ำนม ซึ่งต้องกินเวลาระหว่างงาน อยากให้หัวหน้างานและผู้บริหารเข้าใจ เพราะถ้าบีบเก็บน้ำนมไม่สม่ำเสมอ น้ำนมจะแห้งลง อาจทำให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไม่สำเร็จ"

ทั้งนี้ แม่จะใช้เวลาในการบีบน้ำนมประมาณ 30 นาทีเท่านั้น

"โดยปกติแม่จะบีบน้ำนมทุก 3 ชั่วโมง หรือทุกครั้งที่แม่รู้สึกคัดเต้านม แต่ถ้าแม่ทำสม่ำเสมอ แม่จะควบคุมตัวเองได้ สามารถบีบน้ำนมได้เป็นเวลา อย่างน้อยวันละ 3-4 ครั้ง ซึ่งที่ผ่านมาแม่จะบีบน้ำนมช่วงพักเบรก เช่น เบรก 10 โมง เบรกเที่ยง เบรกบ่าย 3 โมง เป็นต้น"

"คุ้มมาก" ทั้งเจ้าของสถานประกอบการ แม่ เด็ก และประเทศชาติ

"ประเทศชาติของเราต้องการเด็กที่เติบโตมาได้รับทั้งความรัก ความอบอุ่น และสติปัญญา ซึ่งตรงนี้เป็นฐานการสร้างคุณภาพของเยาวชนต่อไปในอนาคต อีกทั้งยังลดค่าใช้จ่ายของการซื้อนมผงจากต่างประเทศ รวมทั้งเรื่องของสิ่งแวดล้อม เพราะการให้นมแม่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์อะไรมากมายเลย นมแม่เรียกว่ากรีน เอ็นไวรอนเมนต์ (Green Environment) มุมนมแม่ตอบโจทย์มิติคุณภาพชีวิตของคนและประเทศชาติได้ดี"

ด้านอนุรักษ์ นภาวรรณ เจ้าของสถานประกอบการ บจก.เซรามิคำ จำกัด ที่เริ่มทำมุมนมแม่ในสถานประกอบการมาตั้งแต่ปี 2548 บอกว่า ครั้งแรกที่ได้ยินเรื่องมุมนมแม่ ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมี แต่เมื่อได้พูดคุยกับแพทย์แล้วก็ปฏิเสธไม่ได้ที่จะไม่ทำ เพราะไม่มีอะไรเสียเลย โดยช่วงแรกที่ทำไม่ได้ลงทุนมาก กั้นห้องเล็กๆ มีเครื่องปั๊มนมและตู้เย็นให้ แต่จากนั้นก็พัฒนามาเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงวันนี้กลายเป็นเดย์แคร์ที่ให้พนักงานนำลูกมาเลี้ยงที่โรงงานได้

"สิ่งที่ได้จากมุมนมแม่ สำคัญที่สุดคือแม่และเด็กได้รับประโยชน์ ส่วนโรงงานก็ได้รับผลพลอยได้ เพราะแม่ลาหยุดน้อยลง จากเมื่อก่อนที่ลางานเพราะลูกป่วยบ่อยมาก มุมนมแม่สร้างความคุ้มค่าให้กับทุกฝ่าย"

ปิดท้าย ภัสธารีย์ จิตรธนสิทธิ์ แม่อาสา บจก.สยามเด็นโซ่ แมนูเฟคเจอริ่ง บอกว่าต้องขอบคุณบริษัทที่จัดทำมุมนมแม่ขึ้นมา รู้สึกว่าโชคดีมาก เพราะไม่ใช่แต่มุมที่ให้เราบีบน้ำนมเก็บไว้ให้ลูก แต่ยังมีการอบรมให้ความรู้ตั้งแต่การตั้งครรภ์ไปจนถึงคลอด รวมทั้งการเลี้ยงดูลูกด้วย ซึ่งนี่เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เราไม่ต้องลาออกจากงาน มีเวลาที่จะให้นมลูกด้วยตัวเราและมั่นใจได้ว่าลูกจะมีสุขภาพดี

"เรารักลูก อยากให้ลูกได้รับสิ่งดีที่สุด ซึ่งบริษัทให้เราตรงนี้ได้ สามารถทำให้เราประสบความสำเร็จในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้" ภัสธารีย์ทิ้งท้าย

สถานประกอบการใดอยากจะช่วยสร้างรากฐานสังคมให้เติบโตขึ้นมาอย่างมีคุณภาพ สอบถามข้อมูลได้ที่ มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย โทร.08-1831-220208-1831-2202, 08-1831-226408-1831-2264

ที่มา www.matichon.co.th

อ่าน 1238 ส่งต่อให้เพื่อน Pintting


 ระวังบุหรี่ปลอมจีน สารมะเร็งเพียบ
 ฟองน้ำล้างจาน เชื้อโรคเพียบ
 โรคตาแดงระบาดเพชรบูรณ์ พบผู้ป่วยแล้ว 2,025 ราย
 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ ขี้หู
 สธ.แนะเมนูอาหารส่งช่วยน้ำท่วม ไม่เสี่ยงท้องร่วง

 


มูลนิธิกระจกเงา เลขที่ 191 ซอยวิภาวดี 62 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่
กรุงเทพมหานคร 10210 [ดูแผนที่]
โทรศัพท์ 02-973-2236-7 ต่อ 1606 โทรสาร 02-973-2237 ต่อ 1090 E-mail: info@happyhospital.org
Copyright@2006 www.happyhospital.org