อาสาสมัครไม่ใช่แค่การ ”ให้” แต่เป็นการได้ “รับ” ที่มากกว่าการได้ให้ 


Warning: include(niyam/input.php) [function.include]: failed to open stream: No such file or directory in /home/happy/domains/happyhospital.org/public_html/menu_left_new.php on line 60

Warning: include(niyam/input.php) [function.include]: failed to open stream: No such file or directory in /home/happy/domains/happyhospital.org/public_html/menu_left_new.php on line 60

Warning: include() [function.include]: Failed opening 'niyam/input.php' for inclusion (include_path='.:/usr/local/lib/php') in /home/happy/domains/happyhospital.org/public_html/menu_left_new.php on line 60

   ปวดเข่าเป็นๆหายๆ สัญญาณเตือน โรคข้อเข่าเสื่อม ปัญหาสุขภาพอันดับต้นๆของผู้สูงอายุ  
   เคล็ด(ไม่)ลับ สร้างสุขเด็กไทย  
   วินิจฉัย โรคออทิสติก ด้วยวิธีใหม่ เพื่อช่วยในการรักษาและป้องกันโรคนี้  

   การเตรียมตัวลงพื้นที่  
   ว่าด้วยเรื่องอาสาสมัครในโรงพยาบาล  
   คุณสมบัติอาสาสมัครในโรงพยาบาล 

   "4 วิธีให้ลูกเลิกติดแท็บเล็ต มือถือ"  
   "5 สิ่ง ที่คุณพ่อควรทำ" 
   ห่วง“ผู้สูงวัย”เกือบครึ่งใช้ยาผิด 


การอุ้มบุญคืออะไร รู้จักทางเลือกที่น่าสนใจของคนมีบุตรยาก

 
 


"การอุ้มบุญ"เป็นสิ่งที่ อาจไม่คุ้นหูคนทั่วไป แต่สำหรับคู่รักที่ประสบปัญหาภาวะมีบุตรยาก โดยเฉพาะกรณีที่ฝ่ายหญิงมีปัญหาเรื่องมดลูก การอุ้มบุญเป็นตัวเลือกที่หยิบยกขึ้นมาพิจารณาบ่อย และเป็นทางเลือกที่มีค่ามาก ช่วยเติมเต็มความฝันและเติมความสมบูรณ์ให้คำว่าครอบครัวได้

การอุ้มบุญคืออะไร

          การ อุ้มบุญ (surrogacy) หรืออาจเรียกให้เข้าใจง่ายและเห็นภาพได้ชัดเจนว่าเป็นการยืมมดลูกหญิงอื่น เพื่อตั้งครรภ์แทน ใช้ในกรณีที่ผู้มีความประสงค์จะมีบุตรแต่ไม่สามารถตั้งท้องเองได้ โดยมีภาวะที่ทำให้ตัวอ่อนไม่ฝังตัวในมดลูก ภาวะไร้มดลูก หรือมดลูกมีความผิดปกติใด ๆ ที่ทำให้ไม่สามารถเป็นที่อาศัยของตัวอ่อนทารกได้ กระบวนการคือนำน้ำเชื้อและไข่มาผสมกันภายนอก เช่นเดียวกับกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) จากนั้นจึงฉีดเข้าไปเพื่อให้ฝังตัวตัวในมดลูกของผู้รับฝากครรภ์หรือคุณแม่ อุ้มบุญนั่นเอง

การอุ้มบุญมีอยู่สองลักษณะ

          แบบ แรกเรียกว่า อุ้มบุญแท้ (Full suroogacy หรือ Traditional surrogacy) คือการใช้น้ำเชื้อจากฝ่ายชายของคู่ที่ต้องการมีบุตร ผสมกับไข่ของแม่ผู้อุ้มบุญ และฉีดฝังในมดลูกของคุณแม่อุ้มบุญ จะเห็นได้ว่าไม่มีกระบวนการใดเกี่ยวข้องทางชีวภาพกับคุณแม่หรือคุณภรรยาตัว จริงของคุณพ่อที่ต้องการมีบุตรเลย อาจเนื่องมาจากคุณภรรยาผ่าตัดนำรังไข่ออกไป หรือมีปัญหารังไข่ไม่สามารถผลิตไข่ที่สมบูรณ์ได้ คุณแม่ผู้อุ้มบญแท้คือผู้ที่ให้ทั้งไข่และมดลูก

          แบบ ที่สองเรียกว่า อุ้มบุญเทียม (Partial surrogacy หรือ Gestational carrier) คือการที่ใช้น้ำเชื้อและไข่จากคู่คุณพ่อคุณแม่ที่แท้จริง แล้วจึงฝากไข่ที่รับการผสมเรียบร้อยแล้วเข้าไปในตัวของคุณแม่อุ้มบุญ ผู้จะทำหน้าที่เป็นผู้ตั้งครรภ์แทนจนกว่าทารกจะคลอดออกมา ในกรณีนี้เด็กทารกจะไม่มีความเกี่ยวข้องทางพันธุกรรมใด ๆ กับคุณผู้อุ้มบุญเลย แม่อุ้มบุญทำหน้าที่เป็นเพียงผู้ให้ยืมมดลูกเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันการอุ้มบุญเทียมเป็นทางเลือกได้รับความนิยมมากกว่าการอุ้มบุญ แบบแรก

โอกาสประสบความสำเร็จในการอุ้มบุญ

          การ ตั้งครรภ์ในการอุ้มบุญก็มีโอกาสประสบความสำเร็จในสัดส่วนเท่า ๆ กับการตั้งครรภ์ทั่ว ๆ ไป ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและความพร้อมของมดมูลคุณแม่ซึ่งเป็นผู้อุ้มบุญ นั่นเอง เพราะหากไข่ที่ได้รับการผสมกับสเปิร์มจากภายนอกเรียบร้อยแล้วได้รับการฉีด เข้าไปในมดลูกของผู้อุ้มบุญ โอกาสที่ตัวอ่อนจะฝังตัวและพัฒนาเป็นทารกได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมของมดลูกของคุณแม่อุ้มบุญนั่นเอง คือต้องมีความหนาของผนังมดลูกที่เหมาะสม มีระดับฮอร์โมนในร่างกายเหมือนกับหญิงที่กำลังตั้งครรภ์ ซึ่งก่อนดำเนินการถ่ายตัวอ่อนคุณแม่อุ้มบุญก็จะต้องรับประทานยาเพื่อปรับ ระดับฮอร์โมนให้เหมาะสมพร้อมจะตั้งท้องไว้ก่อนล่วงหน้า

          นอก จากนี้เปอร์เซ็นค์ความสำเร็จในการอุ้มบุญยังขึ้นอยู่กับอายุของคุณแม่ผู้รับ ท้องแทน ซึ่งควรอยู่ในช่วงวัย 20-35 ปี อันเป็นวัยเจริญพันธุ์ รวมทั้งควรผ่านการมีบุตรมาแล้วอย่างน้อย 1 คน เพื่อลดความยุ่งยากหรือภาวะแทรกซ้อนที่มักเกิดขึ้นได้ง่ายสำหรับการตั้ง ครรภ์ท้องแรกด้วย ส่วนหลังจากเมื่อตัวอ่อนเกาะกับมดลูกดีแล้ว การดูแลร่างกายของคุณแม่อุ้มบุญก็ไม่ต่างจากคุณแม่ท้องทั่ว ๆ ไป

เด็กมีโอกาสได้รับถ่ายทอดสิ่งใดจากแม่ผู้อุ้มบุญหรือไม่

          หาก พูดถึงในแง่กรรมพันธุกรรมแล้ว ทารกในท้องจะไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับแม่ผู้อุ้มบุญเลย ตราบเท่าที่ทารกนั้นเกิดจากการผสมกันของสเปิร์มของคุณพ่อและไข่ของคุณแม่ที่ แท้จริง (เป็นกรณีของ Partial surrogacy) ซึ่งผสมกันมาเรียบร้อยตั้งแต่ก่อนจะฉีดเข้าในมดลูกของผุ้อุ้มบุญแล้ว แต่นอกเหนือจากแง่พันธุกรรมแล้ว ทั้งสภาพอารมณ์หรือสุขภาพของคุณแม่ผู้ท้องแทนสามารถส่งผ่านถึงทารกในครรภ์ ได้ไม่ต่างกับการตั้งท้องปกติ ซึ่งเป็นการถ่ายทอดผ่านทางรกและระบบการทำงานของร่างกายที่ส่งผลต่อเด็กใน ครรภ์ได้ ฉะนั้นเพื่อให้ทารกคลอดออกมาอย่างสมบูรณ์แข็งแรงมากที่สุด คุณแม่ผู้อุ้มบุญจึงจำเป็นต้องผ่านการตรวจโรคอย่างละเอียดเพื่อให้แน่ใจว่า มีสุขภาพแข็งแรงดี และต้องรักษาสุขภาพและบำรุงตนเองอย่างดีระหว่างตั้งครรภ์ด้วย

การอุ้มบุญในประเทศไทย

          ใน ขณะหลาย ๆ ประเทศในแถบเอเชีย เช่น ไต้หวัน จีน การอุ้มบุญถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ด้วยความอ่อนไหวว่าอาจขัดต่อศีลธรรมอันดี โดยเฉพาะกรณีว่าจ้างหรือรับจ้างท้องแทน เนื่องจากร่างกายของผู้หญิงมิใช่สิ่งที่พึงซื้อขายกันได้ แต่สำหรับประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างชัดเจน การอุ้มบุญในประเทศไทยจึงเติบโตในอัตราค่อนข้างสูง ถึงขนาดที่คู่รักต่างชาติเข้ามามองหาแม่อุ้มบุญในไทยเลยทีเดียว

          อย่าง ไรก็ดีในทางกฏหมายของบ้านเรานั้น จะถือว่าหญิงผู้ให้กำเนิดหรือผู้ที่คลอดเด็กออกมานั้นเป็นแม่ที่แท้จริงของ เด็ก ในใบสูติบัตรจึงระบุชื่อของแม่อุ้มบุญว่าเป็นแม่ที่แท้จริง แม้ว่าผู้อุ้มบุญจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับสายเลือดใด ๆ กับเด็กเลยก็ตาม สิ่งนี้จึงอาจก่อให้เกิดปัญหายุ่งยากในภายหลังเกี่ยวกับการอ้างสิทธิความ เป็นแม่ในตัวเด็ก หากว่าผู้อุ้มบุญเกิดความผูกพันกับทารกขึ้นมา ฉะนั้น ส่วนใหญ่แล้วการอุ้มบุญสำหรับคู่รักชาวไทยจึงนิยมไหว้วานแม่อุ้มบุญที่เป็น ญาติพี่น้องที่สนิทสนมและไว้ใจได้เท่านั้น

          อย่าง ไรก็ดีขณะนี้คณะกรรมการแพทยสภากำลังพิจารณากฎหมายเกี่ยวกับการอุ้มบุญอยู่ ซึ่งในอนาคตหากมีการบัญญัติกฎหมายว่าด้วยเรื่องการอุ้มบุญขึ้นเป็นรูปร่าง ก็อาจให้สิทธิ์แม่ผู้เป็นเจ้าของไข่ได้เป็นแม่ที่แท้จริงและถูกต้องตาม กฎหมายก็ได้

          การ อุ้มบุญเป็นพัฒนาการทางการแพทย์ที่เพิ่มโอกาสให้หญิงผู้ประสบปัญหามีบุตรยาก ได้มีทายาทมาเชยชมสมใจ หากต้องพึงระวังเรื่องของความอ่อนไหวในประเด็นด้านจริยธรรมเป็นอย่างยิ่ง แต่ถ้ามีการเตรียมความพร้อมมาอย่างดี และยินยอมพร้อมใจกันอย่าถูกต้องทั้งสองฝ่าย ทั้งฝ่ายคู่ที่ต้องการมีบุตร และหญิงผู้เป็นคุณแม่อุ้มบุญ ความปราถนาที่จะให้กำเนิดทารกตัวน้อย ๆ ขึ้นมาเป็นแก้วตาดวงใจก็คงไม่ยากเกินไปนักค่ะ

ที่มา  http://www.kapook.com/


อ่าน 1224 ส่งต่อให้เพื่อน Pintting


 ปล่อยเด็ก ๆ จัดการอารมณ์ด้วยตัวเอง ดีจริงหรือ ?
 มาตรการ 3 เก็บ 3 โรค’ ป้องกันโรคจากยุงลาย
 5 เทคนิคเตรียมห้องนอนลูกเบบี๋
 ฮีโร่! หนุ่มกวางโจวช่วยชีวิตคนจมน้ำจนตัวตาย
 สร้างสุขภาพจิตดี ๆ ได้ แม้จะอยู่ในโลกแห่งความวุ่นวาย

 


มูลนิธิกระจกเงา เลขที่ 191 ซอยวิภาวดี 62 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่
กรุงเทพมหานคร 10210 [ดูแผนที่]
โทรศัพท์ 02-973-2236-7 ต่อ 1606 โทรสาร 02-973-2237 ต่อ 1090 E-mail: info@happyhospital.org
Copyright@2006 www.happyhospital.org