อาสาสมัครไม่ใช่แค่การ ”ให้” แต่เป็นการได้ “รับ” ที่มากกว่าการได้ให้ 


Warning: include(niyam/input.php) [function.include]: failed to open stream: No such file or directory in /home/happy/domains/happyhospital.org/public_html/menu_left_new.php on line 60

Warning: include(niyam/input.php) [function.include]: failed to open stream: No such file or directory in /home/happy/domains/happyhospital.org/public_html/menu_left_new.php on line 60

Warning: include() [function.include]: Failed opening 'niyam/input.php' for inclusion (include_path='.:/usr/local/lib/php') in /home/happy/domains/happyhospital.org/public_html/menu_left_new.php on line 60

   ปวดเข่าเป็นๆหายๆ สัญญาณเตือน โรคข้อเข่าเสื่อม ปัญหาสุขภาพอันดับต้นๆของผู้สูงอายุ  
   เคล็ด(ไม่)ลับ สร้างสุขเด็กไทย  
   วินิจฉัย โรคออทิสติก ด้วยวิธีใหม่ เพื่อช่วยในการรักษาและป้องกันโรคนี้  

   การเตรียมตัวลงพื้นที่  
   ว่าด้วยเรื่องอาสาสมัครในโรงพยาบาล  
   คุณสมบัติอาสาสมัครในโรงพยาบาล 

   "4 วิธีให้ลูกเลิกติดแท็บเล็ต มือถือ"  
   "5 สิ่ง ที่คุณพ่อควรทำ" 
   ห่วง“ผู้สูงวัย”เกือบครึ่งใช้ยาผิด 


เปิดโครงการตรวจเลือด “ชายรักชาย” ลดแพร่เอดส์

 

เปิดโครงการตรวจเลือด “ชายรักชาย” ลดแพร่เอดส์

หวั่น! กลุ่มชายรักชาย-กะเทย ติดเชื้อเอชไอวีสูงขึ้น เปิดโครงการตรวจเลือดและรักษาทันที นำร่อง 3 จังหวัด กทม. ลำปาง อุบลฯ 800 คน หวังลดการแพร่เชื้อ ตั้งเป้า 10 ปี ลดจำนวนผู้ป่วยตาม WHO

 

 นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กล่าวระหว่างแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “Test and Treat : ตรวจเลือดและรักษาทันที” ว่า ปัจจุบันแนวโน้มของผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตด้วยโรคเอดส์ในประเทศไทยลดลง เนื่องจากมีการรักษาด้วยยาต้านไวรัสเอชไอวี ทำให้ผู้ป่วยมีชีวิตที่ยืนยาวและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่อัตราความชุกของการติดเชื้อเอชไอวีในกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายกลับมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะใน กทม.พบความชุกร้อยละ 17.3 ในปี 2546 และเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 31.3 ในปี 2553 ซึ่งสูงกว่าประชากรกลุ่มอื่นๆ ที่สำคัญ กลุ่มนี้ส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวว่าติดเชื้อ เพราะไม่เคยไปตรวจ ซึ่งข้อมูลจากการเฝ้าระวังปี 2553 พบว่า มีเพียงร้อยละ 15 ของกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายเท่านั้นที่เคยตรวจเลือด และทราบผลการตรวจการติดเชื้อเอชไอวี ขณะที่บางคนไปตรวจ แต่ไม่กลับมาฟังผล จึงกลายเป็นแหล่งสำคัญในการส่งต่อเชื้อไปให้คนอื่น
       “ช่วง 8 ปีที่ผ่านมา มีผู้ที่ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ซึ่งกลุ่มอื่นๆ ไม่เพิ่มขึ้นขนาดนี้ และที่น่ากลัวใน กทม.พบถึงร้อยละ 30 หรือ 1 ใน 3 คน โดยส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวเลย ขณะที่ต่างจังหวัดอย่างลำปาง และอุบลราชธานี พบร้อยละ 8-10 ของผู้ติดเชื้อ ซึ่งถือว่ามีความเสี่ยง จึงจำเป็นต้องมีการรณรงค์ให้เข้ามาตรวจเลือด เพื่อหาเชื้อและได้รับยาต้านไวรัสโดยเร็ว ซึ่งปัจจุบันได้กำหนดเกณฑ์การให้ยาต้านไวรัสฯ ที่ระดับภูมิคุ้มกันของเม็ดเลือดขาว หรือ ค่าซีดีโฟว์ (CD4) เร็วขึ้นที่ระดับ 350 ซึ่งจะช่วยให้การแพร่เชื้อลดลง จำนวนผู้ป่วยรายใหม่ลดลงเหลือปีละ 4-5 พันคน หากมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง จะทำให้ผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดเหลือศูนย์ ซึ่งจากการให้ยาต้านไวรัสฯใน 1 เดือน การพบเชื้อเริ่มลดลง จึงเกิดโครงการดังกล่าวขึ้น แต่ที่สำคัญคือต้องลดการตีตราด้วย” อธิบดี คร.กล่าว
    
       นพ.พรเทพ กล่าวอีกว่า โครงการดังกล่าวจะเป็นโครงการนำร่องในการดึงกลุ่มเสี่ยง คือ กลุ่มชายรักชาย และสาวประเภทสอง มาตรวจเลือด เนื่องจากพบว่ามีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะใน 3 จังหวัด คือ กทม. ลำปาง และ อุบลราชธานี จำนวน 800 คน หากพบเชื้อจะได้รับยาต้านไวรัสฯทันที เพื่อช่วยลดการแพร่กระจายเชื้อและจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ให้เหลือน้อยที่สุดจนเป็นศูนย์ อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวจะเน้นความสมัครใจและจะใช้วิธีการตรวจเลือดแบบทราบผลในวันเดียว
       
       ศ.กิตติคุณ นพ.ประพันธ์ ภานุภาค ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า สาเหตุของการติดเชื้อส่วนใหญ่มาจากการแพร่เชื้อของผู้ติดเชื้อที่ไม่รู้ตัว จึงจำเป็นต้องได้รับยาต้านไวรัสฯ โดยข้อมูลที่ผ่านมาพบว่า หากผู้ป่วยรายใดได้รับยาต้านไวรัสฯ ถึง 6 เดือนจะไม่แพร่เชื้อเลย เนื่องจากปริมาณเชื้อในสารคัดหลั่งจะน้อยมาก จนแทบไม่มี ด้วยเหตุนี้จึงต้องตรวจเชื้อ เพื่อให้พบโดยเร็ว จะช่วยลดการแพร่กระจายเชื้อได้ สอดคล้องกับที่องค์การอนามัยโลก (WHO) เคยระบุว่า หากทำได้จะช่วยลดการแพร่เชื้อ และลดการติดเชื้อได้ภายใน 10 ปี ดังนั้น ในหลายๆ ประเทศจึงหันมาทำโครงการลักษณะนี้ สำหรับไทยก็ให้ความสนใจ จึงเกิดโครงการดังกล่าวขึ้น แต่ปัญหาคือ ต้องทำให้ได้จริง โดยจะทำอย่างไรให้คนมาตรวจอย่างสมัครใจ และต้องทานยาอย่างสม่ำเสมอ โดยโครงการนี้จึงเป็นโครงการนำร่องในการเลือกกลุ่มชายรักชายที่มีความเสี่ยงจำนวน 800 คนจาก 3 จังหวัด แบ่งเป็น กทม.600 คน ลำปาง และอุบลราชธานี อย่างละ 100 คน เพื่อทำการศึกษา ว่า เมื่อตรวจพบเชื้อและมีการทานยาต้านไวรัสฯอย่างสม่ำเสมอ จะมีผลลัพธ์เป็นอย่างไร ช่วยลดการแพร่กระจายเชื้อได้มากน้อยแค่ไหน จากนั้นจึงจะขยายไปยังกลุ่มอื่นๆ ต่อไป
       
       “ขณะนี้หลายประเทศกำลังมองมาที่ไทย ว่า จะทำสำเร็จหรือไม่ โครงการนี้จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะอาสาสมัคร ซึ่งจะเริ่มรับอาสาสมัครตั้งแต่วันที่ 5 พ.ย.นี้เป็นต้นไป ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่คลินิกนิรนาม สภากาชาดไทย โรงพยาบาลลำปาง ศูนย์แพทย์ชุมชนท่าวังหิน และ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี หรือโทร.สายด่วนปรึกษาเอดส์แห่งชาติ 1663 และ 02-253-0996 หรือเข้าไปในเว็บไซต์ www.adamslove.org” ศ.กิตติคุณ นพ.ประพันธ์ กล่าว
       
       ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มีสิทธิประโยชน์ใดเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือไม่ ศ.กิตติคุณ นพ.ประพันธ์ กล่าวว่า จริงๆ คนไทยทุกคนทุกสิทธิสามารถตรวจเอดส์ได้ปีละ 2 ครั้ง แค่แสดงบัตรประจำตัวประชาชน ขณะเดียวกันมีคนไข้ในยาต้านไวรัสฯราว 2 แสนคน โดยหลักสำคัญ คือ คนที่มาตรวจนั้น สปสช.มีระบบในการรักษาความลับผู้ตรวจเชื้อฯ โดยจะปรับจากเลข 13 หลัก เป็นรหัสเฉพาะ เพื่อลดการตีตราด้วย ตรงนี้จึงไม่ต้องกังวล อีกทั้ง ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ ใครก็ตามที่มีค่าซีดีโฟร์ หรือปริมาณเม็ดเลือดขาวที่ระดับ 350 ให้สามารถรับยาต้านไวรัสฯ ได้ทันที
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 

อ่าน 2227 ส่งต่อให้เพื่อน Pintting


 อุตุฯเผย ทุกภาคเริ่มเย็น-หมอกบางตอนเช้า
 ′วิน-วิน′ เจ้านาย-ลูกน้อง มีมุมนมแม่ในที่ทำงาน
 กรมอนามัยชู 3อ. 1ฟ. ดูแลสุขภาพรับวันแม่
 เจ็บภายในหลังคลอด ทำอย่างไรดี ?
 ภาวะเด็กอ้วน น้ำหนักเกิน ภัยร้ายที่คุณไม่ควรประมาท

 


มูลนิธิกระจกเงา เลขที่ 191 ซอยวิภาวดี 62 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่
กรุงเทพมหานคร 10210 [ดูแผนที่]
โทรศัพท์ 02-973-2236-7 ต่อ 1606 โทรสาร 02-973-2237 ต่อ 1090 E-mail: info@happyhospital.org
Copyright@2006 www.happyhospital.org